The Koreafy

บุกชอนฮันอกวิลเลจ เปิดกี่โมง เดินยังไงไม่ให้เสียเที่ยว

3분 읽기

คุณจดพิกัดถ่ายรูปไว้ครบแล้ว ตั๋วเครื่องบินก็จองแล้ว

แต่พอไปยืนอยู่ปากซอยจริง ถนนกลับเงียบกว่าที่คิด และมีเจ้าหน้าที่ยืนถือป้ายอยู่ตรงหัวมุม บางคนเดินขึ้นไปแล้วถูกขอให้เดินกลับลงมา

บุกชอนฮันอกวิลเลจ (Bukchon Hanok Maeul) ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่นี่คือย่านที่มีคนนอนอยู่ในบ้านหลังที่คุณกำลังจะเอากล้องไปจ่อ และกติกาของมันเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2024

IMAGE_PLACEHOLDER_1

หมู่บ้านที่ไม่มีรั้ว แต่มีเวลาปิด เป็นไปได้ยังไง

คำตอบตรง ๆ คือ สำนักงานเขตจงโน ประกาศให้พื้นที่ใจกลางบุกชอนเป็นเขตจัดการพิเศษด้านการท่องเที่ยว และกำหนดเวลาเข้าชมถนน Bukchon-ro 11-gil ไว้ที่ 10:00 ถึง 17:00 น. วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์ปิดทั้งวัน

ไม่มีประตู ไม่มีบูธขายตั๋ว ไม่มีค่าเข้า ตัวหมู่บ้านยังฟรีเหมือนเดิม สิ่งที่ถูกจำกัดคือ “เวลา” ไม่ใช่ “ค่าเข้า”

เหตุผลอยู่ที่ตัวเลขของคนที่อาศัยอยู่จริง ย่านนี้มีผู้อยู่อาศัยหลักพันคนในบ้านฮันอกที่ยังใช้ชีวิตปกติ เสียงลากกระเป๋าเดินทางตอนตีห้า ขยะกาแฟที่วางไว้หน้าประตู และคนกดกริ่งบ้านคนอื่นเพื่อขอถ่ายรูป สะสมกันจนกลายเป็นเรื่องร้องเรียนประจำปี ทางเขตจึงแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนสี โดยโซนแดงคือถนนสายที่ชันและสวยที่สุด และเป็นสายเดียวที่มีเวลาเปิดปิดจริงจัง

สาระสำคัญจากประกาศของเขตจงโน ระบุว่าบุกชอนเป็นพื้นที่พักอาศัยของประชาชน ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้ผู้มาเยือนงดส่งเสียงดัง งดเข้าไปในบริเวณบ้านส่วนบุคคล และเข้าชมภายในเวลาที่กำหนดเท่านั้น

แล้วถ้าเผลอเดินเข้าไปนอกเวลาล่ะ ทางเขตประกาศบทลงโทษไว้ที่ค่าปรับสูงสุด 100,000 วอน หรือราว 2,500 บาท ต่อคน ในทางปฏิบัติ สิ่งที่คุณจะเจอก่อนคือเจ้าหน้าที่กำกับดูแลที่ยืนประจำจุด และจะขอให้คุณเดินกลับ ไม่ใช่ใบสั่งทันที แต่การเถียงกับเขาแลกกับรูปหนึ่งใบไม่คุ้มเลย

รู้เวลาแล้วยังไม่พอ เพราะช่วง 7 ชั่วโมงที่เปิดนั้น ไม่ได้ดีเท่ากันทุกชั่วโมง

เที่ยวพระราชวังเคียงบกกุง เส้นทางเดินและเวลาเปิดปิด

ไปกี่โมงถึงจะได้ทั้งภาพสวยและถนนที่ว่าง

คำตอบคือ 10:00 น. ของวันธรรมดา ตรงเวลาเปิดพอดี นั่นคือ best time to visit Bukchon ที่ให้ผลต่างชัดที่สุดโดยไม่ต้องแลกกับอะไรเลย

เหตุผลง่ายมาก กรุ๊ปทัวร์ส่วนใหญ่จัดบุกชอนไว้เป็นจุดที่สองของวัน ต่อจากพระราชวังเคียงบกกุง คลื่นคนจึงเริ่มไหลเข้ามาราว 11:00 น. และหนาแน่นที่สุดช่วง 13:00 ถึง 15:00 น. ถ้าคุณไปถึงตอนสิบโมง คุณจะมีเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงที่ถนนโล่งพอจะเห็นหลังคาไล่ระดับลงไปโดยไม่มีหัวคนบัง

อีกจุดที่คนไทยพลาดบ่อยคือวันเสาร์ พอวันอาทิตย์ปิด คนทั้งหมดของสุดสัปดาห์จึงถูกอัดมาลงวันเสาร์วันเดียว ถ้าเลือกได้ ให้ตัดวันเสาร์ทิ้งไปเลย

เรื่องฤดูกาล ข้อมูลจาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ภาษาไทย ชี้ไปที่ปลายเดือนเมษายนช่วงดอกไม้ผลิ และปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งเป็นสองช่วงที่แสงนุ่มและอากาศเดินขึ้นเนินไหว สำหรับคนไทยที่ไม่คุ้นความหนาว ฤดูหนาวยังไปได้ แต่ต้องรู้ว่าซอยนี้ชันและลื่นมากหลังหิมะตก รองเท้าผ้าใบพื้นเรียบคือความเสี่ยงจริง

ข้อจำกัดหนึ่งที่ควรยอมรับตั้งแต่ต้น คุณจะไม่ได้ภาพพระอาทิตย์ตกในโซนแดง เพราะปิดห้าโมงเย็น ถ้าอยากได้แสงเย็น ให้ย้ายไปฝั่ง Samcheong-dong ที่อยู่ถัดไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรและไม่ได้อยู่ในเขตจำกัดเวลา

ทีนี้ พอยืนอยู่ในเวลาที่ถูกต้องแล้ว คำถามต่อไปคือยืนตรงไหน

IMAGE_PLACEHOLDER_2

ถ่ายรูปให้ได้ภาพ โดยไม่ต้องมีใครเดินมาเตือน

คำตอบคือยืนบนจุดที่เขตจงโนทำเครื่องหมายไว้ให้แล้ว ไม่ต้องเดินหาเอง

ทางเขตกำหนดจุดชมวิวไว้ 8 จุด เรียกว่า Bukchon Palgyeong หรือแปดทัศนียภาพแห่งบุกชอน มีป้ายหมายเลขติดอยู่กับพื้นและกำแพง ภาพที่คุณเห็นในอินสตาแกรมเกือบทั้งหมดคือจุดที่ 5 และ 6 ซึ่งเป็นมุมมองลงจากยอดเนินเห็นหลังคากระเบื้องซ้อนกันไปจนสุดสายตา ยืนตรงป้าย ไม่ต้องปีน ไม่ต้องเข้าไปในลานบ้านใคร

hanok village photo tips ที่ใช้ได้จริงมีอยู่ไม่กี่ข้อ

ส่วนชุดฮันบก (hanbok) ร้านเช่าส่วนใหญ่กระจุกอยู่แถวสถานี Anguk และหน้าพระราชวัง ราคาเริ่มต้นราว 15,000 ถึง 25,000 วอนสำหรับ 2 ชั่วโมง หรือประมาณ 375 ถึง 625 บาท และมีสิทธิประโยชน์ที่หลายคนไม่รู้ คือผู้สวมฮันบกเข้าชมพระราชวังหลัก 4 แห่งได้ฟรี ตามแนวทางของ Korea Heritage Service หน่วยงานที่ดูแลมรดกทางวัฒนธรรมของเกาหลี

คำถามคือ ถ่ายเสร็จตอนเที่ยงแล้วไปไหนต่อ คำตอบอยู่ห่างออกไปแค่ยี่สิบนาทีเดิน

เดินจากบุกชอนไปอินซาดง เส้นทางที่ไม่ต้องขึ้นรถอีกเลย

คำตอบคือระยะทางรวมประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 20 นาที ถ้าไม่แวะ และเป็นเส้นทางลงเนินเกือบทั้งหมด

Insadong walking route ที่ประหยัดแรงที่สุดเริ่มจากสถานี Anguk (Anguk-yeok) สาย 3 ของ รถไฟใต้ดินกรุงโซล ทางออก 2 เดินขึ้นเนินไปบุกชอนก่อนตอนเช้าที่ยังมีแรง แล้วค่อยไล่ลงมาตามลำดับนี้

  1. จุดชมวิวบุกชอนที่ 5 และ 6 บนถนน Bukchon-ro 11-gil ใช้เวลาราว 40 นาที
  2. เดินลงมาทางศูนย์วัฒนธรรมบุกชอน เข้าห้องน้ำและพักได้ฟรี
  3. ผ่านหน้าพระราชวังชางด็อกกุง ซึ่งเป็นมรดกโลกยูเนสโก ถ้ามีเวลาเหลือค่อยเข้า
  4. ตัดกลับมาที่สถานี Anguk แล้วเข้าถนน Insa-dong gil
  5. แวะ Ssamziegil อาคารทางเดินวนขึ้นที่รวมร้านงานคราฟต์
  6. ปิดท้ายที่วัด Jogyesa ซึ่งเข้าชมฟรีและอยู่ปลายถนน

เส้นนี้ร้อยเอา Seoul cultural heritage spots หลักไว้ในวันเดียวโดยไม่ต้องเสียเวลารอรถ ทั้งพระราชวังเคียงบกกุง พระราชวังชางด็อกกุง คฤหาสน์อุนฮยอนกุง และวัดโชเกซา อยู่ในรัศมีเดินถึงกันหมด

ข้อควรรู้เรื่องเวลา อย่าวางบุกชอนไว้ท้ายวัน เพราะ Bukchon visiting hours ปิด 17:00 น. ขณะที่อินซาดงคึกคักที่สุดตอนเย็นและร้านเปิดถึงสามทุ่ม ลำดับที่ถูกคือบุกชอนก่อน อินซาดงทีหลัง สลับกันเมื่อไรคุณจะเสียบุกชอนไปทั้งวัน

เหลืออีกเรื่องเดียวที่ตอบยากที่สุดสำหรับคนวางแผนจากกรุงเทพ นั่นคือเงิน

ค่าใช้จ่ายทั้งวันคิดเป็นเงินบาทเท่าไร

คำตอบคือ ถ้ารวมชุดฮันบก อาหารกลางวัน คาเฟ่ และค่าเข้าพระราชวังสองแห่ง งบต่อคนอยู่ราว 1,300 ถึง 1,600 บาท โดยคิดที่อัตราประมาณ 1,000 วอน เท่ากับ 25 บาท ซึ่งควรเช็กอัตราจริงก่อนเดินทางทุกครั้ง

แยกเป็นก้อนได้แบบนี้

แต่มีค่าใช้จ่ายอีกก้อนที่เกิดขึ้นก่อนคุณจะขึ้นเครื่องด้วยซ้ำ ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอ K-ETA ก่อนเดินทางเข้าเกาหลีแบบไม่ใช้วีซ่า ยื่นออนไลน์ที่ ระบบ K-ETA อย่างเป็นทางการ ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน หรือราว 250 บาทต่อการอนุมัติหนึ่งครั้ง และควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ก่อนออกเดินทาง เมื่อได้รับอนุมัติแล้วใช้ได้หลายครั้งภายในอายุที่ระบุในผลอนุมัติ ระวังเว็บไซต์ตัวแทนที่คิดค่าบริการเพิ่มหลายเท่า ให้ยื่นผ่านโดเมน go.kr เท่านั้น

อีกอย่างที่ทำฟรีและช่วยประหยัดเวลาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง คือการกรอกบัตรขาเข้าอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน e-Arrival Card ล่วงหน้า แทนการเขียนกระดาษบนเครื่อง

และถ้าเกิดเรื่องฉุกเฉินระหว่างอยู่ที่โซล เช่น หนังสือเดินทางหาย ให้ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล โดยตรง เก็บสำเนาหนังสือเดินทางไว้ในโทรศัพท์แยกจากตัวเล่มเสมอ

สรุป

จำสามตัวเลขนี้ไว้แล้วทริปบุกชอนของคุณจะไม่พัง

หนึ่ง 10:00 ถึง 17:00 น. จันทร์ถึงเสาร์ ปิดวันอาทิตย์ ถ้าไฟลต์ของคุณลงบ่ายวันเสาร์ ให้เลื่อนบุกชอนไปเป็นวันจันทร์แทน สอง 20 นาที คือเวลาเดินจากบุกชอนถึงอินซาดง วางบุกชอนไว้ช่วงเช้าและอินซาดงไว้ช่วงเย็นเสมอ สาม 72 ชั่วโมง คือระยะเวลาที่ควรยื่น K-ETA ล่วงหน้า อย่ายื่นคืนก่อนบิน

สิ่งที่ควรทำต่อจากนี้คือเปิดปฏิทินแล้วเลือกวันธรรมดาสักวัน จองร้านเช่าฮันบกรอบ 9:30 น. ไว้ล่วงหน้า แล้วเดินขึ้นเนินตอนสิบโมงตรง คุณจะได้ถนนที่แทบว่างเปล่าเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม ในราคาค่าเข้าเท่ากับศูนย์บาท

자주 묻는 질문

Q

บุกชอนฮันอกวิลเลจเก็บค่าเข้าไหม

ไม่เก็บ การเดินชมหมู่บ้านบุกชอนไม่มีค่าเข้าและไม่มีบูธขายตั๋ว สิ่งที่ถูกควบคุมคือเวลาเข้าชมของถนน Bukchon-ro 11-gil ซึ่งเปิด 10:00 ถึง 17:00 น. วันจันทร์ถึงเสาร์ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงคือค่าเช่าฮันบก ค่าอาหาร และค่าเข้าพระราชวังใกล้เคียงเท่านั้น

Q

ถ้าไปวันอาทิตย์จะเที่ยวอะไรแถวนั้นได้บ้าง

โซนควบคุมปิดวันอาทิตย์ แต่พื้นที่โดยรอบยังเปิดปกติ คุณเดินเที่ยวซัมชองดง อินซาดง วัดโชเกซา และพระราชวังชางด็อกกุงได้ตามเวลาเปิดของแต่ละแห่ง แนะนำให้เช็กวันหยุดประจำสัปดาห์ของพระราชวังก่อน เพราะแต่ละแห่งปิดคนละวัน โดยดูจากเว็บไซต์ Korea Heritage Service

Q

คนไทยต้องขอ K-ETA ก่อนไปเที่ยวเกาหลีหรือไม่

ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางเข้าเกาหลีแบบไม่ใช้วีซ่าต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนขึ้นเครื่อง ยื่นออนไลน์ที่ k-eta.go.kr ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน หรือราว 250 บาท ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพราะบางกรณีใช้เวลาพิจารณานานกว่าปกติ และควรยื่นผ่านเว็บไซต์ทางการเท่านั้น

Q

เดินขึ้นเนินบุกชอนเหนื่อยมากไหม เหมาะกับผู้สูงอายุหรือเปล่า

ถนนสายหลักเป็นทางลาดชันต่อเนื่องประมาณ 400 เมตร และพื้นเป็นหินขัดที่ลื่นเมื่อเปียก ผู้สูงอายุยังเที่ยวได้ แต่ควรนั่งแท็กซี่ขึ้นไปส่งที่ด้านบนแล้วเดินไล่ลงมา จะประหยัดแรงกว่าเดินขึ้นจากสถานี Anguk มาก และควรใส่รองเท้าพื้นยางที่มีดอกยาง

Q

ถ่ายรูปในบุกชอนมีข้อห้ามอะไรบ้าง

ห้ามเข้าไปในลานบ้านหรือเปิดประตูบ้านส่วนบุคคล ห้ามตั้งขาตั้งกล้องกีดขวางทางเดิน และห้ามบินโดรนเพราะพื้นที่ใจกลางกรุงโซลอยู่ในเขตห้ามบิน ควรถ่ายจากจุดชมวิวที่เขตจงโนทำป้ายหมายเลขไว้ทั้ง 8 จุด และลดเสียงพูดคุยเพราะเป็นเขตที่พักอาศัย

출처 및 인용

  1. [1]

    เขตจงโนกำหนดเวลาเข้าชมพื้นที่ควบคุมพิเศษของบุกชอนไว้ที่ 10:00-17:00 น. วันจันทร์ถึงเสาร์ ปิดวันอาทิตย์ และประกาศค่าปรับผู้ฝ่าฝืนสูงสุด 100,000 วอน

    출처: สำนักงานเขตจงโน กรุงโซล (Jongno-gu Office)

  2. [2]

    ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เข้าเกาหลีแบบไม่ใช้วีซ่าต้องยื่นขออนุมัติ K-ETA ล่วงหน้า ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน และควรยื่นก่อนเดินทางอย่างน้อย 72 ชั่วโมง

    출처: ระบบ K-ETA อย่างเป็นทางการ กระทรวงยุติธรรมเกาหลี

  3. [3]

    ข้อมูลฤดูกาลท่องเที่ยว จุดชมวิวบุกชอน และย่านใกล้เคียงอย่างซัมชองดงและอินซาดง

    출처: องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ฉบับภาษาไทย (Korea Tourism Organization)

  4. [4]

    ผู้สวมชุดฮันบกได้รับสิทธิเข้าชมพระราชวังหลักโดยไม่เสียค่าเข้า และข้อมูลเวลาเปิดปิดของพระราชวังเคียงบกกุงกับชางด็อกกุง

    출처: Korea Heritage Service (สำนักงานมรดกแห่งชาติเกาหลี)

  5. [5]

    ผู้เดินทางเข้าเกาหลีสามารถกรอกบัตรขาเข้าอิเล็กทรอนิกส์ล่วงหน้าทางออนไลน์แทนแบบฟอร์มกระดาษ

    출처: ระบบ e-Arrival Card สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี

  6. [6]

    ช่องทางติดต่อฉุกเฉินสำหรับคนไทยในกรุงโซล เช่น กรณีหนังสือเดินทางสูญหาย

    출처: สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล

  7. [7]

    ข้อมูลค่าโดยสารรถไฟใต้ดินกรุงโซลและการใช้บัตร T-money

    출처: Seoul Metropolitan Government

← Daily Life 목록으로홈으로