เที่ยวแม่น้ำฮันโซล ปิกนิก น้ำพุบันโพ และค่าใช้จ่ายจริง
ลงแม่น้ำฮันตรงไหนดี ถ้าคุณมีเวลาแค่เย็นเดียว
ถ้ามีเย็นเดียว ให้ไป สวนฮันกังยออีโด (Yeouido Hangang Park) ลงรถไฟใต้ดินสาย 5 สถานี Yeouinaru ทางออก 2 หรือ 3 แล้วเดินต่ออีกไม่ถึง 5 นาที
คุณจองที่พักแถวมยองดงไว้เรียบร้อย เปิดแผนที่ขึ้นมาแล้วเจอคำว่า Hangang Park เต็มจอไปหมด ชื่อคล้ายกัน อยู่คนละฝั่งแม่น้ำ แล้วอันไหนคืออันที่คนเกาหลีไปกันจริง
แม่น้ำฮัน หรือ Hangang ไหลผ่ากลางกรุงโซลจากตะวันออกไปตะวันตก กรุงโซลจัดพื้นที่ริมตลิ่งเป็นสวนสาธารณะรวม 11 แห่ง ตามข้อมูลของ สำนักงานสวนแม่น้ำฮัน กรุงโซล ทุกแห่งเข้าฟรี ไม่มีประตู ไม่มีบัตร และเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
สามแห่งที่นักท่องเที่ยวไทยใช้เวลาคุ้มที่สุดคือ ยออีโดสำหรับมือใหม่ เพราะเดินทางง่ายและมีร้านค้าเยอะที่สุด บันโพหรือชัมวอนสำหรับคนที่มาดูน้ำพุ และทุกซอมสำหรับคนที่อยากได้บรรยากาศแบบซีรีส์ คนน้อยกว่า ฟ้ากว้างกว่า
ฤดูกาลสำคัญกว่าที่คิด ช่วงที่สบายที่สุดคือเมษายนถึงมิถุนายน และกันยายนถึงตุลาคม ส่วนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเป็นฤดูฝนชุก บางวันทางเดินริมตลิ่งถูกปิดเพราะน้ำขึ้น เช็กพยากรณ์ล่วงหน้าได้ที่ กรมอุตุนิยมวิทยาเกาหลี
เลือกสวนได้แล้ว คำถามถัดไปคือคนเกาหลีเขาซื้อของกินกันที่ไหน คำตอบไม่ใช่ซูเปอร์มาร์เก็ต
คู่มือรถไฟใต้ดินโซลสำหรับคนไทย
IMAGE_PLACEHOLDER_1
ปิกนิกริมน้ำเริ่มที่ร้านสะดวกซื้อ ไม่ใช่ที่ซูเปอร์
วัฒนธรรม Han River park picnic ของคนเกาหลีเริ่มและจบที่ riverside convenience store ในสวน งบต่อหัวประมาณ 12,000 วอน หรือราว 290 บาท ก็อิ่มแล้ว
ร้านสะดวกซื้อในสวนริมแม่น้ำฮันไม่เหมือนสาขาทั่วไปในเมือง เพราะมีเครื่องต้ม ramyeon วางไว้หน้าร้าน คุณหยิบถ้วยบะหมี่จากชั้น จ่ายเงินที่แคชเชียร์ แล้วเอาถ้วยไปวางในเครื่อง กดปุ่ม รอประมาณสามนาที น้ำร้อนจะเติมให้เองตามระดับ ราคาถ้วยละราว 1,700 ถึง 2,000 วอน ส่วนค่าใช้เครื่องมักอยู่ที่ 500 ถึง 1,000 วอน
อีกอย่างที่พลาดไม่ได้คือ chimaek คำผสมระหว่างไก่ทอดกับเบียร์ ร้านไก่ทอดหลายเจ้าส่งเดลิเวอรีถึงสวนโดยตรง โดยลูกค้าบอกหมายเลขเสาไฟหรือจุดสังเกตในสวนแทนที่อยู่ ถ้าไม่ถนัดสั่งเป็นภาษาเกาหลี ในสวนยออีโดมีร้านหน้าร้านให้ซื้อสดเช่นกัน
สิ่งที่ควรเตรียมไปเองมีสามอย่าง เสื่อรองนั่งแบบพับได้ ซึ่งหาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อในสวนราว 3,000 ถึง 5,000 วอน ถุงขยะ เพราะกรุงโซลบังคับให้แยกขยะ และเสื้อคลุมบาง ๆ เพราะลมริมน้ำเย็นกว่าในเมืองหลายองศาแม้ในเดือนที่อากาศดี
สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามประกาศของกรุงโซล การดื่มในสวนสาธารณะยังทำได้ แต่มีการกำหนดพื้นที่ควบคุมเพิ่มขึ้นในบางจุดและบางช่วงเวลา ดูรายละเอียดล่าสุดได้ที่ เว็บไซต์กรุงโซล
“สวนแม่น้ำฮันเป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดให้ประชาชนใช้ได้ตลอดเวลา โดยขอความร่วมมือให้ผู้ใช้บริการนำขยะกลับไปทิ้งในจุดที่กำหนด และรักษาความสงบในช่วงเวลากลางคืน” ตามแนวปฏิบัติของสำนักงานสวนแม่น้ำฮัน กรุงโซล
กินอิ่มแล้ว ถ้าวันนั้นเป็นวันที่น้ำพุเปิด คุณมีเวลาอีกไม่มากในการย้ายตำแหน่ง เพราะจุดที่คุณนั่งอยู่อาจมองไม่เห็นอะไรเลย
น้ำพุสะพานบันโพดูฟรี แต่ยืนผิดจุดคือไม่เห็น
Banpo Bridge fountain show หรือน้ำพุสายรุ้งแสงจันทร์ ดูฟรีทั้งหมด ไม่ต้องจองบัตร แต่ต้องอยู่ฝั่งใต้ของแม่น้ำที่สวนฮันกังบันโพ ไม่ใช่ฝั่งเหนือ
สะพานบันโพ หรือ Banpo Daegyo ติดตั้งหัวฉีดน้ำไว้ตลอดความยาวสะพานเกือบ 1,140 เมตร ทำให้ได้รับการบันทึกเป็นน้ำพุบนสะพานที่ยาวที่สุดในโลก น้ำถูกสูบขึ้นจากแม่น้ำโดยตรงแล้วฉีดเป็นม่านโค้งลงกลับสู่แม่น้ำ พร้อมไฟหลากสีในรอบกลางคืน
ตามข้อมูลขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ช่วงเปิดแสดงคือประมาณเดือนเมษายนถึงตุลาคม แสดงวันละหลายรอบ รอบกลางวันราวเที่ยง และรอบกลางคืนเริ่มราวสองทุ่มครึ่งเป็นต้นไป รอบละประมาณ 20 นาที วันหยุดสุดสัปดาห์จะมีรอบเพิ่ม ตารางเปลี่ยนตามฤดูกาลและสภาพอากาศ ตรวจสอบก่อนออกจากที่พักได้ที่ Visit Korea หรือ Visit Seoul
สามเรื่องที่ทำให้คนพลาดบ่อย หนึ่ง ไปผิดฝั่ง สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Express Bus Terminal สาย 3, 7, 9 ทางออก 8-1 แล้วเดินราว 10 ถึง 15 นาที สอง ไปถึงตรงเวลาพอดี ที่นั่งขั้นบันไดริมน้ำเต็มเร็วมากในคืนวันเสาร์ ควรถึงก่อนรอบแสดงอย่างน้อย 30 นาที สาม ฝนตกหรือลมแรงคือยกเลิก ไม่มีการประกาศล่วงหน้าเป็นภาษาอังกฤษเสมอไป
ถ้าวันที่คุณไปเป็นฤดูหนาวและน้ำพุปิด อย่าเพิ่งเสียใจ ยังมีอีกสองวิธีที่ทำให้แม่น้ำฮันคุ้มค่าตั๋วเครื่องบิน และวิธีแรกราคาถูกกว่ากาแฟหนึ่งแก้ว
ปั่นจักรยาน 1,000 วอน กับเรือที่พาคุณออกไปกลางน้ำ
Han River bike rental ที่คุ้มที่สุดคือระบบจักรยานสาธารณะของกรุงโซลชื่อ Ttareungi บัตรรายวันแบบใช้ได้ครั้งละ 1 ชั่วโมง ราคา 1,000 วอน หรือราว 24 บาท ส่วนแบบครั้งละ 2 ชั่วโมงอยู่ที่ 2,000 วอน
กับดักที่คนไทยเจอบ่อยที่สุดอยู่ตรงคำว่า ครั้งละ บัตร 1 ชั่วโมงไม่ได้แปลว่าปั่นได้ชั่วโมงเดียวต่อวัน แต่แปลว่าแต่ละรอบการยืมต้องไม่เกิน 1 ชั่วโมง ถ้าเกินจะถูกคิดค่าปรับเพิ่มเป็นช่วง วิธีที่ถูกต้องคือปั่นเกือบครบชั่วโมง แวะคืนที่สถานีใดก็ได้ริมแม่น้ำ รอสักครู่ แล้วยืมคันใหม่ต่อได้ทันทีภายในวันเดียวกัน
การสมัครทำผ่านแอปพลิเคชันของระบบ ซึ่งรองรับบัตรเครดิตต่างประเทศ ดูขั้นตอนและจุดจอดทั้งหมดได้ที่ Seoul Bike เส้นทางจักรยานเลียบแม่น้ำแยกจากทางเดินเท้าเป็นสัดส่วน ระยะยออีโดถึงบันโพใช้เวลาราว 30 ถึง 40 นาทีแบบปั่นสบาย
ส่วน Han River ferry cruise คือทางเลือกสำหรับคนที่อยากเห็นเส้นขอบฟ้าโซลจากกลางน้ำ เรือสำราญออกจากท่ายออีนารูเป็นหลัก ตั๋วรอบธรรมดาเริ่มต้นราว 15,000 วอน หรือประมาณ 360 บาท ส่วนรอบค่ำที่ผ่านสะพานบันโพช่วงน้ำพุแสดงจะแพงกว่าและเต็มเร็วกว่า ควรจองล่วงหน้าในฤดูท่องเที่ยว
นอกจากนี้กรุงโซลยังเปิดเดินเรือโดยสารสาธารณะบนแม่น้ำฮันเชื่อมท่าเรือหลายจุดในเมือง ค่าโดยสารต่อเที่ยวถูกกว่าเรือสำราญมาก ตารางเดินเรือและท่าที่เปิดให้บริการมีการปรับเป็นระยะ ตรวจสอบก่อนวางแผนได้ที่ เว็บไซต์กรุงโซล
คุณรู้ราคาทุกอย่างแล้ว เหลือเรื่องเดียวที่ถ้าลืม จะไม่ได้ขึ้นเครื่องตั้งแต่ที่สุวรรณภูมิ
IMAGE_PLACEHOLDER_2
K-ETA และค่าใช้จ่ายจริงต่อคน คิดเป็นเงินบาท
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางเข้าเกาหลีใต้แบบไม่ต้องขอวีซ่าต้องยื่นขออนุญาตเดินทางล่วงหน้า K-ETA ก่อน ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน หรือราว 240 บาท และควรยื่นก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 72 ชั่วโมง
ยื่นได้ทางเว็บไซต์ทางการ k-eta.go.kr หรือแอปพลิเคชันชื่อเดียวกันเท่านั้น ระวังเว็บไซต์ตัวกลางที่คิดค่าบริการเพิ่มหลายเท่า เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว K-ETA ใช้เดินทางได้หลายครั้งภายในระยะเวลาที่ระบุ โดยไม่ต้องยื่นใหม่ทุกทริป ทั้งนี้ K-ETA คือการอนุญาตให้เดินทางเท่านั้น การตัดสินให้เข้าเมืองยังเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินอินชอน
ควรเตรียมเอกสารประกอบไว้ในมือถือด้วย ได้แก่ ใบจองที่พักตลอดทริป ตั๋วเครื่องบินขากลับ และแผนการเดินทางคร่าว ๆ หากเกิดปัญหาระหว่างอยู่ในเกาหลี เช่น เอกสารสูญหายหรือเหตุฉุกเฉิน ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล
ตารางค่าใช้จ่ายหนึ่งวันเต็มที่แม่น้ำฮันต่อหนึ่งคน คำนวณที่อัตราประมาณ 1,000 วอนเท่ากับ 24 บาท
| รายการ | วอน | บาทโดยประมาณ |
|---|---|---|
| ค่าเข้าสวนริมแม่น้ำฮัน | 0 | 0 |
| ปิกนิกจากร้านสะดวกซื้อ | 12,000 | 290 |
| จักรยานทารึงอี 2 ชั่วโมง | 2,000 | 48 |
| ชมน้ำพุสะพานบันโพ | 0 | 0 |
| เรือสำราญรอบมาตรฐาน | 15,000 | 360 |
| รถไฟใต้ดินไปกลับ | 3,000 | 72 |
| รวม | 32,000 | ประมาณ 770 |
สามค่าใช้จ่ายที่คนมักลืมนับคือ ค่าใช้เครื่องต้มบะหมี่และเสื่อรองนั่ง ค่าฝากกระเป๋าที่ล็อกเกอร์สถานีรถไฟใต้ดินราว 2,000 ถึง 4,000 วอนต่อครั้ง และค่ามัดจำบัตร T-money 2,500 วอนซึ่งไม่คืนให้ อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนทุกวัน ควรเผื่องบไว้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์
สรุป
จัดทริปแม่น้ำฮันให้จบในเย็นเดียว ให้ทำตามลำดับนี้ ยื่น K-ETA ล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ค่าธรรมเนียม 10,000 วอนหรือราว 240 บาท จากนั้นเลือกสวนหนึ่งแห่งจาก 11 แห่ง โดยยออีโดสะดวกที่สุดสำหรับครั้งแรก
ถึงสวนแล้วให้ซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อในสวน งบราว 12,000 วอน แล้วเช่าจักรยานทารึงอีบัตร 1,000 วอน โดยคืนคันเดิมก่อนครบชั่วโมงทุกครั้งเพื่อไม่ให้โดนค่าปรับ ถ้าเดินทางระหว่างเมษายนถึงตุลาคม ให้ไปถึงฝั่งใต้ของสะพานบันโพก่อนรอบน้ำพุอย่างน้อย 30 นาที การแสดงฟรีและยาวราว 20 นาที
อยากเห็นเมืองจากกลางน้ำค่อยเพิ่มเรือสำราญอีกราว 15,000 วอน รวมทั้งวันอยู่ที่ประมาณ 32,000 วอน หรือราว 770 บาทต่อคน ตรวจสอบตารางน้ำพุและสภาพอากาศจากเว็บไซต์ทางการก่อนออกจากที่พักทุกครั้ง เพราะฝนหรือลมแรงคือเหตุยกเลิกที่พบบ่อยที่สุด
자주 묻는 질문
Qคนไทยต้องขอวีซ่าไปเที่ยวแม่น้ำฮันไหม
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยเดินทางเข้าเกาหลีใต้เพื่อการท่องเที่ยวระยะสั้นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ต้องยื่นขออนุญาตเดินทางล่วงหน้า K-ETA ผ่านเว็บไซต์ทางการ k-eta.go.kr ก่อนออกเดินทาง ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 10,000 วอนหรือประมาณ 240 บาท ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมงเพราะบางกรณีใช้เวลาพิจารณานานกว่าปกติ
Qน้ำพุสะพานบันโพเปิดทุกวันหรือเปล่า และเสียเงินไหม
ชมได้ฟรี ไม่มีค่าบัตร โดยเปิดแสดงตามฤดูกาลประมาณเดือนเมษายนถึงตุลาคม วันละหลายรอบ รอบละราว 20 นาที ช่วงฤดูหนาวจะหยุดการแสดง และหากมีฝนตกหรือลมแรงอาจยกเลิกโดยไม่ประกาศล่วงหน้า ควรตรวจสอบตารางล่าสุดที่เว็บไซต์ Visit Seoul หรือองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีในวันที่จะไป
Qเช่าจักรยานทารึงอีด้วยบัตรเครดิตไทยได้ไหม
ได้ ระบบจักรยานสาธารณะของกรุงโซลรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศผ่านแอปพลิเคชัน บัตรรายวันแบบครั้งละ 1 ชั่วโมงราคา 1,000 วอน และแบบครั้งละ 2 ชั่วโมงราคา 2,000 วอน ข้อควรระวังคือแต่ละรอบการยืมต้องไม่เกินเวลาที่ระบุ มิฉะนั้นจะถูกคิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม ให้คืนที่สถานีใดก็ได้แล้วยืมคันใหม่ต่อ
Qไปแม่น้ำฮันเดือนไหนดีที่สุด
ช่วงที่อากาศสบายที่สุดคือเมษายนถึงมิถุนายน และกันยายนถึงตุลาคม ซึ่งตรงกับฤดูที่น้ำพุสะพานบันโพเปิดแสดงพอดี ควรเลี่ยงกรกฎาคมถึงสิงหาคมเพราะเป็นฤดูฝนชุกและบางวันทางเดินริมตลิ่งถูกปิดจากระดับน้ำที่สูงขึ้น ตรวจสอบพยากรณ์อากาศได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาเกาหลี
Qดื่มเบียร์ที่สวนริมแม่น้ำฮันผิดกฎหมายไหม
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสวนสาธารณะริมแม่น้ำฮันยังทำได้ และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมกินไก่ทอดคู่เบียร์ของคนเกาหลี อย่างไรก็ตามกรุงโซลได้กำหนดพื้นที่ควบคุมเพิ่มขึ้นในบางจุดและบางช่วงเวลา รวมถึงมีข้อกำหนดเรื่องเสียงรบกวนช่วงกลางคืน ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดที่เว็บไซต์กรุงโซลและแยกขยะก่อนทิ้งเสมอ
출처 및 인용
- [1]
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องยื่น K-ETA ก่อนเดินทางเข้าเกาหลีใต้ ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน และควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง
출처: K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization), Ministry of Justice
- [2]
กรุงโซลจัดพื้นที่ริมแม่น้ำฮันเป็นสวนสาธารณะ 11 แห่ง เข้าใช้บริการได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
출처: สำนักงานสวนแม่น้ำฮัน กรุงโซล (Hangang Park, Seoul Metropolitan Government)
- [3]
น้ำพุสายรุ้งแสงจันทร์บนสะพานบันโพเปิดแสดงฟรีตามฤดูกาลประมาณเดือนเมษายนถึงตุลาคม รอบละราว 20 นาที
출처: Korea Tourism Organization (องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี)
- [4]
ตารางการแสดงน้ำพุและข้อมูลการเดินทางไปสวนริมแม่น้ำฮันในกรุงโซล
- [5]
จักรยานสาธารณะทารึงอีของกรุงโซล บัตรรายวันแบบใช้ครั้งละ 1 ชั่วโมงราคา 1,000 วอน และครั้งละ 2 ชั่วโมงราคา 2,000 วอน
- [6]
ข้อกำหนดการใช้พื้นที่สวนสาธารณะ การควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ และบริการเรือโดยสารบนแม่น้ำฮัน
- [7]
การติดต่อขอความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินสำหรับคนไทยระหว่างพำนักในเกาหลีใต้
- [8]
พยากรณ์อากาศและการเตือนภัยฝนตกหนักในกรุงโซลช่วงฤดูฝน
출처: Korea Meteorological Administration (กรมอุตุนิยมวิทยาเกาหลี)