เที่ยวเกาะเชจูสำหรับคนไทย คู่มือฉบับสมบูรณ์ ค่าใช้จ่าย…
การเดินทางท่องเที่ยวเกาะเชจู (Jeju-do) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวไทย ด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม สถานที่ถ่ายทำซีรีส์เกาหลีชื่อดัง และนโยบายยกเว้นวีซ่าเฉพาะเกาะเชจู บทความนี้รวบรวมข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการของเกาหลีใต้ เพื่อให้คุณวางแผนการเดินทางได้อย่างมั่นใจ
ตามประกาศของ Korea Immigration Service นักท่องเที่ยวไทยสามารถเดินทางเข้าเกาะเชจูได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ภายใต้เงื่อนไขการบินตรงเข้าสนามบินนานาชาติเชจู (CJU)
วีซ่าและข้อกำหนดการเดินทางเข้าเกาะเชจูสำหรับคนไทย
นักท่องเที่ยวไทยสามารถเดินทางเข้าเกาะเชจูได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า พำนักได้สูงสุด 30 วัน ภายใต้นโยบาย Jeju Visa-Free Entry แต่ต้องบินตรงเข้าสนามบินนานาชาติเชจูเท่านั้น หากเดินทางผ่านสนามบินอื่นในเกาหลีใต้ จะต้องมีการลงทะเบียน K-ETA หรือวีซ่าตามกฎทั่วไป
กรณีที่ 1 บินตรงเข้าเชจู
หากคุณบินตรงจากกรุงเทพฯ หรือเมืองอื่นในไทยเข้าสู่สนามบินนานาชาติเชจู (CJU) คุณไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน K-ETA หรือขอวีซ่าใดๆ เพียงแสดงหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน ตั๋วเครื่องบินขากลับ และหลักฐานการจองที่พัก ก็สามารถเข้าประเทศได้ทันที
กรณีที่ 2 บินผ่านโซลหรือเมืองอื่น
หากคุณบินผ่านสนามบินอินชอน (ICN) สนามบินกิมโป (GMP) หรือสนามบินอื่นในเกาหลีใต้ก่อนต่อเครื่องไปเชจู คุณจะต้องลงทะเบียน K-ETA ล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน (ประมาณ 270 บาท) มีอายุการใช้งาน 3 ปี
Korea entry requirements guide
ค่าใช้จ่ายในการเที่ยวเกาะเชจู คำนวณเป็นเงินบาท
งบประมาณเฉลี่ยสำหรับการเที่ยวเชจู 4 วัน 3 คืน อยู่ที่ประมาณ 25,000-40,000 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ระดับที่พัก และรูปแบบการเดินทาง ข้อมูลด้านล่างอ้างอิงจาก Korea Tourism Organization และอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน 1 บาท = ประมาณ 37 วอน
รายละเอียดค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ ถึง เชจู (รวมแวะต่อเครื่อง) อยู่ที่ประมาณ 12,000-20,000 บาท หากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น (พฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์ ยกเว้นปีใหม่) อาจหาตั๋วโปรโมชั่นได้ในราคา 8,000-12,000 บาท ที่พักระดับโรงแรม 3 ดาวในเมืองเชจู (Jeju City) อยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาทต่อคืน ส่วน Guesthouse หรือ Hostel อยู่ที่ 600-1,200 บาทต่อคืน
ค่าอาหารต่อมื้อโดยเฉลี่ย ร้านท้องถิ่น 200-400 บาท ร้านระดับกลาง 500-800 บาท และร้านอาหารทะเลพรีเมียม 1,000-2,000 บาท ค่าเช่ารถยนต์พร้อมประกัน 1,500-2,500 บาทต่อวัน (ต้องมีใบขับขี่สากล) ค่ารถบัสท่องเที่ยวรายวัน 10,000 วอน (ประมาณ 270 บาท)
สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมบนเกาะเชจู
เกาะเชจูมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายตั้งแต่ภูเขาไฟฮัลลาซาน (Hallasan) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ไปจนถึงชายหาดสีฟ้าครามและหมู่บ้านวัฒนธรรมดั้งเดิม ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวอ้างอิงจาก Jeju Tourism Organization ซึ่งเป็นหน่วยงานทางการของเชจู
ไฮไลท์ที่ต้องไปให้ได้
ภูเขาไฟฮัลลาซาน เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ (1,947 เมตร) มีเส้นทางเดินป่าหลายระดับ เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และนักเดินป่าจริงจัง ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฟรี แต่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับบางเส้นทาง
ซองซัน อิลชุลบง (Seongsan Ilchulbong) หรือยอดเขาพระอาทิตย์ขึ้น เป็นปล่องภูเขาไฟที่ขึ้นทะเบียน UNESCO ค่าเข้าชม 5,000 วอน (ประมาณ 135 บาท) เป็นจุดถ่ายทำซีรีส์เกาหลีหลายเรื่อง รวมถึง All In และ Warm and Cozy
หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอึบ (Seongeup Folk Village) เป็นหมู่บ้านดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ ฟรีค่าเข้าชม เหมาะสำหรับผู้สนใจวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมเชจู
K-drama filming locations guide
อาหารท้องถิ่นเชจูที่ต้องลอง
เชจูมีอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนอาหารเกาหลีในภูมิภาคอื่น เนื่องจากเป็นเกาะที่มีทรัพยากรทะเลและฟาร์มหมูพื้นเมือง ตามข้อมูลของ Korea Agro-Fisheries & Food Trade Corporation อาหารเชจูได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกอาหารท้องถิ่นที่สำคัญของเกาหลีใต้
เมนูแนะนำที่ต้องลิ้มลอง
หมูดำเชจู (Heuk-dwaeji) เป็นหมูพันธุ์พื้นเมืองของเชจู เนื้อนุ่ม รสชาติเข้มข้น นิยมย่างหรือทำซัมกย็อบซัล ราคาประมาณ 800-1,500 บาทต่อมื้อ ร้านดังคือ Donsadon และ Heuk Dwaeji Street ในเมืองเชจู
ฮอแน กุก (Haenyeo-guk) ซุปอาหารทะเลที่ทำโดยฮอแน หรือนักดำน้ำหญิงพื้นเมือง ใช้สาหร่ายและหอยเป๋าฮื้อสด ราคา 300-500 บาท เป็นวัฒนธรรมการดำน้ำที่ขึ้นทะเบียน UNESCO Intangible Cultural Heritage
ส้มเชจู (Hallabong) ผลไม้ขึ้นชื่อของเชจู ฤดูเก็บเกี่ยว ธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์ ราคา 100-200 บาทต่อกิโลกรัม สามารถซื้อกลับเป็นของฝากได้
ข้อมูลสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวไทย
ก่อนเดินทาง ควรลงทะเบียนกับ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล เพื่อความปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน หมายเลขฉุกเฉินในเกาหลี ตำรวจ 112 รถพยาบาล 119 และสายด่วนท่องเที่ยว 1330 (มีบริการภาษาอังกฤษ)
การเดินทางบนเกาะ
ระบบขนส่งสาธารณะบนเชจูประกอบด้วยรถบัสประจำทางและรถแท็กซี่ ค่ารถบัสเริ่มต้น 1,200 วอน (ประมาณ 32 บาท) แต่หากต้องการเที่ยวอย่างยืดหยุ่น แนะนำให้เช่ารถยนต์ ซึ่งต้องมีใบขับขี่สากล (International Driving Permit) ที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบกของไทย
สำหรับผู้ที่ไม่ขับรถ สามารถใช้บริการรถบัสท่องเที่ยว Jeju City Tour Bus ราคา 10,000 วอน (ประมาณ 270 บาท) ต่อวัน วนรอบสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมือง
สรุปข้อมูลสำคัญสำหรับการเที่ยวเชจู
การเที่ยวเกาะเชจูสำหรับนักท่องเที่ยวไทยสะดวกขึ้นมากด้วยนโยบาย Jeju Visa-Free Entry พำนักได้สูงสุด 30 วัน หากบินตรงเข้าสนามบินเชจู (CJU) งบประมาณเฉลี่ย 4 วัน 3 คืน อยู่ที่ 25,000-40,000 บาท ครอบคลุมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร และการเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ ภูเขาไฟฮัลลาซาน ซองซัน อิลชุลบง และอาหารท้องถิ่นอย่างหมูดำเชจูและส้มฮัลลาบง ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากแหล่งทางการของเกาหลีใต้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ
자주 묻는 질문
Qคนไทยต้องขอวีซ่าก่อนเที่ยวเชจูหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าหากบินตรงเข้าสนามบินนานาชาติเชจู (CJU) สามารถพำนักได้สูงสุด 30 วัน ภายใต้นโยบาย Jeju Visa-Free Entry แต่หากบินผ่านโซลหรือสนามบินอื่นในเกาหลีใต้ ต้องลงทะเบียน K-ETA ล่วงหน้า
Qค่าใช้จ่ายเที่ยวเชจู 4 วัน 3 คืน ประมาณเท่าไหร่?
งบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 25,000-40,000 บาทต่อคน รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ที่พักโรงแรม 3 ดาว ค่าอาหาร และการเดินทางบนเกาะ หากเลือกเดินทางช่วงโลว์ซีซั่นและพักใน Guesthouse อาจประหยัดได้เหลือ 18,000-22,000 บาท
Qช่วงไหนของปีเหมาะกับการเที่ยวเชจูมากที่สุด?
เดือนเมษายน ถึง มิถุนายน เหมาะกับการชมดอกไม้และอากาศเย็นสบาย เดือนกันยายน ถึง พฤศจิกายน เหมาะกับการเดินป่าและชมใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนเดือนธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์ เป็นช่วงเก็บเกี่ยวส้มฮัลลาบงและมีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด
Qต้องมีใบขับขี่สากลถ้าจะเช่ารถบนเกาะเชจูหรือไม่?
ใช่ ต้องมีใบขับขี่สากล (International Driving Permit) ที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบกของไทย คู่กับใบขับขี่ไทยและหนังสือเดินทาง ค่าเช่ารถพร้อมประกันอยู่ที่ 1,500-2,500 บาทต่อวัน
Qอาหารเชจูที่ห้ามพลาดมีอะไรบ้าง?
เมนูที่ต้องลองได้แก่ หมูดำเชจู (Heuk-dwaeji) ที่มีรสชาติเข้มข้น ซุปฮอแนจากนักดำน้ำหญิงพื้นเมือง และส้มฮัลลาบงซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของเกาะ นอกจากนี้ยังมีโกดึงออ (ปลาทูย่าง) และจอนบกจุก (ข้าวต้มหอยเป๋าฮื้อ) ที่ควรลิ้มลอง
출처 및 인용
- [1]
นโยบายยกเว้นวีซ่าเฉพาะเกาะเชจูสำหรับนักท่องเที่ยวไทย พำนักได้สูงสุด 30 วัน
- [2]
ข้อกำหนดการลงทะเบียน K-ETA สำหรับผู้เดินทางผ่านสนามบินอินชอนและกิมโป
- [3]
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวและค่าเข้าชมบนเกาะเชจู
- [4]
ข้อมูลทางการของแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมบนเกาะเชจู
- [5]
ข้อมูลอาหารท้องถิ่นและมรดกอาหารเกาหลีใต้
- [6]
บริการลงทะเบียนคนไทยและข้อมูลฉุกเฉินสำหรับนักท่องเที่ยวไทยในเกาหลี