The Koreafy

ลดน้ำหนักที่เกาหลี ค่าใช้จ่ายจริงและ 3 อย่างที่ต้องเช็ก

2분 읽기

คุณจองตั๋วไปโซลไว้แล้ว ห้าวันสี่คืน

แล้วโฆษณาคลินิกลดน้ำหนักย่านกังนัมก็เด้งขึ้นมาในฟีด ราคาดูไม่แพงเลย

คำถามแรกที่ควรถามไม่ใช่ “ฉีดแล้วผอมไหม” แต่เป็น “คลินิกนี้จดทะเบียนรับผู้ป่วยต่างชาติหรือเปล่า” เพราะคำตอบข้อนี้ตัดสินว่าเงินที่คุณจ่ายจะมีระบบรองรับเวลามีปัญหาหรือไม่

IMAGE_PLACEHOLDER_1

คลินิกลดน้ำหนักในเกาหลี เดินเข้าไปด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวได้จริงไหม

ได้ ถ้าเป็นการรักษาที่จบภายในช่วงเวลาที่คุณพำนักตามปกติ คนไทยเดินทางเข้าเกาหลีแบบยกเว้นวีซ่าได้ แต่ต้องมี K-ETA ที่อนุมัติแล้วก่อนขึ้นเครื่อง

K-ETA คือระบบอนุญาตเดินทางล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ยื่นออนไลน์ที่ k-eta.go.kr ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน หรือราว 260 บาท และควรยื่น ล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ก่อนวันเดินทาง เพราะการอนุมัติไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทุกกรณี

คำว่าคลินิกลดน้ำหนักในภาษาเกาหลีคือ 비만 클리닉 อ่านว่า biman keullinik ส่วนโรงพยาบาลคือ 병원 อ่านว่า byeongwon สองคำนี้ช่วยได้มากเวลาค้นหาบนแผนที่เกาหลี

เส้นแบ่งที่คนไทยพลาดบ่อยคือระยะเวลา การเข้าเมืองแบบยกเว้นวีซ่าให้คุณอยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน ถ้าแผนการรักษาลากยาวกว่านั้น หรือคุณตั้งใจมาเกาหลีเพื่อรักษาโดยเฉพาะ ระบบวีซ่ามีประเภทแยกไว้ให้อยู่แล้ว คือวีซ่าท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ C-3-3 สำหรับระยะสั้น และ G-1-10 สำหรับผู้ที่ต้องพำนักรักษาต่อเนื่อง รายละเอียดและเอกสารดูได้ที่ hikorea.go.kr ซึ่งเป็นพอร์ทัลของ Korea Immigration Service

เรื่องวีซ่าจบง่าย เรื่องที่จบยากกว่าคือตัวเลขบนใบเสร็จ

ราคาบนป้ายกับยอดที่จ่ายจริง ต่างกันตรงไหน

ต่างกันเพราะบริการลดน้ำหนักเกือบทั้งหมดเป็นบริการนอกระบบประกันสุขภาพเกาหลี ราคาจึงเป็นราคาที่แต่ละคลินิกตั้งเอง และมักถูกโฆษณาเป็นราคาเริ่มต้นของรายการเดียว ไม่ใช่ยอดรวมทั้งคอร์ส

สิ่งที่ช่วยคุณได้คือกฎหมายเกาหลีบังคับให้สถานพยาบาลเปิดเผยค่าบริการนอกความคุ้มครองต่อสาธารณะ ข้อมูลชุดนี้รวมอยู่ที่ Health Insurance Review and Assessment Service หรือ HIRA ที่ hira.or.kr คุณเทียบราคาระหว่างสถานพยาบาลได้ก่อนเดินเข้าไป

โครงสร้างค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวไทยเจอบ่อยมีสามชั้น

ชั้นแรกคือค่าปรึกษาแพทย์และตรวจร่างกายเบื้องต้น ส่วนใหญ่อยู่ที่ 30,000 ถึง 100,000 วอน หรือราว 780 ถึง 2,600 บาท บางที่รวมการวัดองค์ประกอบร่างกายด้วยเครื่อง InBody ไว้แล้ว

ชั้นที่สองคือตัวโปรแกรม ถ้าเป็น diet program Korea hospital แบบใช้ยาควบคุมความอยากอาหาร ราคาต่อเดือนที่พบทั่วไปคือ 150,000 ถึง 400,000 วอน หรือราว 3,900 ถึง 10,400 บาท

ชั้นที่สามคือหัตถการเสริม กลุ่ม Korea body contouring เช่น การสลายไขมันด้วยความเย็นหรือคลื่นอัลตราซาวด์ คิดเป็นรายครั้งและรายตำแหน่ง ยอดรวมจึงกระโดดเร็วที่สุดในสามชั้นนี้

อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ประมาณการในบทความนี้คือ 100 วอน เท่ากับ 2.6 บาท ซึ่งขยับได้ตลอด ให้เช็กเรตวันจริงก่อนตัดงบ

ยังมีอีกหนึ่งตัวเลขที่คนไทยมักไม่รู้ และมันเป็นเงินที่คุณอาจได้คืน

สามอย่างที่ต้องเช็กให้จบก่อนควักบัตร

เช็กสามอย่างนี้แล้วความเสี่ยงหลักจะหายไปเกือบหมด คือสถานะการจดทะเบียนของคลินิก ระบบล่าม และช่องทางร้องเรียนเมื่อเกิดปัญหา

หนึ่ง คลินิกจดทะเบียนรับผู้ป่วยต่างชาติหรือไม่

ตามพระราชบัญญัติการแพทย์ของเกาหลี มาตรา 27-2 สถานพยาบาลที่จะชักชวนและรับผู้ป่วยต่างชาติต้องขึ้นทะเบียนกับ Ministry of Health and Welfare และต้องทำประกันความรับผิดทางการแพทย์ ข้อมูลระบบนี้ดูแลโดย Korea Health Industry Development Institute ที่ khidi.or.kr และนโยบายภาพรวมอยู่ที่ mohw.go.kr

คลินิกที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็ยังรักษาคุณได้ในทางปฏิบัติ แต่คุณจะไม่ได้อยู่ในกรอบคุ้มครองที่ระบบนี้ออกแบบมาให้

สอง มีล่ามหรือเจ้าหน้าที่ที่สื่อสารได้จริง

การลดน้ำหนักด้วยยาคือการซักประวัติโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ ถ้าคุณสื่อสารเรื่องนี้ไม่ครบ ความเสี่ยงตกอยู่ที่ตัวคุณเอง หลาย slimming clinic Gangnam มีเจ้าหน้าที่ภาษาอังกฤษ แต่ภาษาไทยยังไม่ทั่วถึง

สายด่วนท่องเที่ยว 1330 ของ Korea Tourism Organization ให้บริการล่ามหลายภาษาตลอด 24 ชั่วโมง และมีข้อมูลภาษาไทยที่ visitkorea.or.kr ใช้เป็นตัวช่วยตอนนัดหมายได้

สาม รู้ว่าถ้าเกิดปัญหาต้องไปที่ไหน

เกาหลีมีหน่วยงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการแพทย์โดยเฉพาะ คือ Korea Medical Dispute Mediation and Arbitration Agency ที่ k-medi.or.kr และในกรณีที่เกี่ยวข้องกับสถานะพลเมืองไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ที่ seoul.thaiembassy.org คือช่องทางตั้งต้น

เก็บใบเสร็จและใบสั่งยาทุกใบ มันคือหลักฐานเดียวที่คุณจะมีหลังกลับถึงกรุงเทพ

แล้วตัวยาที่แพทย์เกาหลีจ่ายให้ล่ะ กฎหมายเขาวางเส้นไว้แค่ไหน

ยาฉีดและหัตถการ body contouring กฎหมายเกาหลีขีดเส้นไว้ตรงไหน

ขีดไว้ชัดว่ายาลดน้ำหนักทุกตัวเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ซื้อเองตามร้านขายยาไม่ได้ และคุณต้องผ่านการตรวจประเมินก่อนเสมอ

หน่วยงานที่อนุมัติและกำกับยาในเกาหลีคือ Ministry of Food and Drug Safety หรือ MFDS ข้อมูลอยู่ที่ mfds.go.kr ยากลุ่ม GLP-1 ที่ใช้ในการดูแลน้ำหนักอย่าง Saxenda และ Wegovy อยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานนี้ และถูกกำหนดให้ใช้ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ไม่ใช่ตามความต้องการของผู้ซื้อ

การใช้ยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ ต้องเป็นไปตามใบสั่งแพทย์และคำแนะนำของเภสัชกร ผู้บริโภคไม่ควรจัดหาหรือใช้ยาดังกล่าวด้วยตนเอง (แนวทางความปลอดภัยด้านยา, Ministry of Food and Drug Safety)

นี่คือเหตุผลที่ medical weight management Korea แตกต่างจากการซื้ออาหารเสริมกลับบ้าน มันคือการรักษาที่มีการติดตามผล และการติดตามผลนั้นเกิดขึ้นในเกาหลี ไม่ใช่ในไทย

ถ้าคุณกำลังมองหา obesity treatment Seoul แบบจริงจัง ให้ถามคำถามเดียวนี้กับคลินิก ใครจะเป็นคนติดตามอาการของคุณหลังคุณบินกลับ ถ้าคำตอบคือไม่มีใคร นั่นคือข้อมูลสำคัญที่คุณควรใช้ตัดสินใจ

คำเตือนที่ต้องพูดตรง ๆ ผลลัพธ์ของการลดน้ำหนักขึ้นกับสภาพร่างกายแต่ละคน โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ คลินิกใดรับประกันตัวเลขน้ำหนักให้คุณ ให้ถือว่านั่นคือสัญญาณเตือน ไม่ใช่จุดขาย และควรปรึกษาแพทย์ที่ไทยก่อนเริ่มโปรแกรมใด ๆ ที่ต่างประเทศ

IMAGE_PLACEHOLDER_2

เรื่องสุดท้ายเกิดที่สนามบิน และมันทำให้หลายคนต้องทิ้งยาที่เพิ่งจ่ายเงินไป

ขากลับ ยาที่ถือขึ้นเครื่องอาจกลายเป็นปัญหาที่ด่านศุลกากร

ปัญหาเกิดเมื่อคุณถือยาปริมาณมากโดยไม่มีเอกสารกำกับ ทางออกคือเอกสารสองใบและปริมาณที่สมเหตุสมผล

สิ่งที่ควรมีติดตัวคือใบสั่งยาจากแพทย์เกาหลีและใบเสร็จของคลินิก เก็บยาไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิมที่มีฉลากครบ อย่าแบ่งใส่ซองเปล่า กฎการนำสิ่งของเข้าออกฝั่งเกาหลีดูได้ที่ customs.go.kr ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของ Korea Customs Service

ฝั่งไทยมีกฎของตัวเองแยกต่างหาก ยาบางประเภทมีเพดานปริมาณสำหรับใช้ส่วนตัว และยาบางกลุ่มต้องขออนุญาตล่วงหน้า ก่อนบินกลับให้ตรวจสอบกับหน่วยงานไทยหรือสอบถามผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล

อีกจุดที่คุ้มค่าตรวจสอบคือภาษี เกาหลีมีระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบริการทางการแพทย์เพื่อความงามบางประเภทที่ให้แก่ผู้ป่วยต่างชาติ เฉพาะสถานพยาบาลที่เข้าร่วมระบบเท่านั้น อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของเกาหลีคือ 10 เปอร์เซ็นต์ รายละเอียดระบบภาษีอยู่ที่ nts.go.kr ถามคลินิกตรง ๆ ตั้งแต่วันปรึกษาว่าเข้าร่วมหรือไม่ อย่ารอถามวันจ่ายเงิน

สรุป ตัวเลขที่ควรจดไว้ก่อนบิน

สิ่งที่ควรทำมีสี่ขั้น เรียงตามลำดับเวลา

หนึ่ง ยื่น K-ETA ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน ล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง และเผื่อเวลาไว้มากกว่านั้นถ้าเดินทางช่วงพีค

สอง เช็กว่าคลินิกขึ้นทะเบียนรับผู้ป่วยต่างชาติตามมาตรา 27-2 แล้วเทียบราคาบริการนอกความคุ้มครองผ่านข้อมูลของ HIRA

สาม ตั้งงบตามความจริง ค่าปรึกษา 30,000 ถึง 100,000 วอน บวกโปรแกรมรายเดือน 150,000 ถึง 400,000 วอน คิดเป็นเงินไทยราว 4,700 ถึง 13,000 บาท ก่อนรวมหัตถการเสริม

สี่ ถามเรื่องการติดตามอาการหลังกลับไทย และเก็บใบสั่งยากับใบเสร็จไว้ทั้งหมด

การเดินทางห้าวันเปลี่ยนน้ำหนักคุณไม่ได้ แต่มันเริ่มต้นแผนที่มีหมอคอยดูแลได้ ขอแค่คุณเลือกที่ที่มีระบบรองรับ ไม่ใช่ที่ที่มีโฆษณาสวยที่สุด

자주 묻는 질문

Q

คนไทยต้องขอวีซ่าแยกเพื่อไปคลินิกลดน้ำหนักที่เกาหลีไหม

ถ้าเป็นการปรึกษาและรักษาที่จบภายในช่วงพำนักปกติ ใช้การเข้าเมืองแบบยกเว้นวีซ่าพร้อม K-ETA ที่อนุมัติแล้วได้ แต่ถ้าวัตถุประสงค์หลักของการเดินทางคือการรักษา หรือต้องอยู่เกิน 90 วัน ระบบวีซ่าเกาหลีมีประเภท C-3-3 และ G-1-10 ไว้ให้โดยเฉพาะ ตรวจสอบเงื่อนไขและเอกสารได้ที่ hikorea.go.kr

Q

ค่าใช้จ่ายรวมประมาณเท่าไรถ้าไปแค่ปรึกษาและรับยา 1 เดือน

ค่าปรึกษาแพทย์ครั้งแรกส่วนใหญ่อยู่ที่ 30,000 ถึง 100,000 วอน และโปรแกรมยารายเดือนอยู่ที่ 150,000 ถึง 400,000 วอน รวมแล้วประมาณ 4,700 ถึง 13,000 บาทตามเรตโดยประมาณ 100 วอนต่อ 2.6 บาท ราคานี้ยังไม่รวมหัตถการสลายไขมันซึ่งคิดแยกเป็นรายครั้ง

Q

ประกันสุขภาพเกาหลีหรือประกันเดินทางครอบคลุมการลดน้ำหนักไหม

โดยทั่วไปไม่ครอบคลุม เพราะบริการลดน้ำหนักและหัตถการเพื่อความงามถูกจัดเป็นบริการนอกความคุ้มครองของระบบประกันสุขภาพเกาหลี ประกันเดินทางส่วนใหญ่ก็คุ้มครองเฉพาะเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน ไม่ใช่การรักษาตามความสมัครใจ ควรอ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ของคุณก่อนเดินทาง

Q

ถ้าเกิดผลข้างเคียงหลังกลับถึงไทยควรทำอย่างไร

ไปพบแพทย์ที่ไทยทันทีพร้อมนำใบสั่งยาและฉลากยาจากเกาหลีไปด้วย เพราะชื่อยาและขนาดยาคือข้อมูลที่แพทย์ไทยต้องใช้ประเมิน หากเป็นข้อพิพาทกับสถานพยาบาลเกาหลี สามารถติดต่อ Korea Medical Dispute Mediation and Arbitration Agency และแจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล เพื่อขอคำแนะนำ

Q

ถือยาลดน้ำหนักจากเกาหลีกลับไทยได้ปริมาณเท่าไร

ให้ถือเท่าที่จำเป็นสำหรับใช้ส่วนตัวและเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่มีฉลากครบ พร้อมใบสั่งยาและใบเสร็จ ยาบางกลุ่มมีข้อจำกัดปริมาณหรือต้องขออนุญาตตามกฎหมายไทย จึงควรตรวจสอบกับหน่วยงานไทยก่อนบินกลับ และดูกฎฝั่งขาออกของเกาหลีที่ customs.go.kr

출처 및 인용

  1. [1]

    คนไทยที่เข้าเกาหลีแบบยกเว้นวีซ่าต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนเดินทาง โดยมีค่าธรรมเนียมและควรยื่นล่วงหน้า

    출처: K-ETA, Korea Immigration Service

  2. [2]

    ประเภทวีซ่าสำหรับการเดินทางเข้ารับการรักษาพยาบาลในเกาหลี รวมถึง C-3-3 และ G-1-10

    출처: HiKorea, Korea Immigration Service

  3. [3]

    ข้อมูลค่าบริการนอกความคุ้มครองประกันสุขภาพของสถานพยาบาลเกาหลีถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

    출처: Health Insurance Review and Assessment Service

  4. [4]

    สถานพยาบาลที่รับผู้ป่วยต่างชาติต้องขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติการแพทย์ มาตรา 27-2

    출처: Ministry of Health and Welfare

  5. [5]

    การสนับสนุนและระบบข้อมูลอุตสาหกรรมการแพทย์สำหรับผู้ป่วยต่างชาติในเกาหลี

    출처: Korea Health Industry Development Institute

  6. [6]

    ยาลดน้ำหนักกลุ่มที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์

    출처: Ministry of Food and Drug Safety

  7. [7]

    ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของเกาหลีและการคืนภาษีสำหรับบริการที่กำหนด

    출처: National Tax Service

  8. [8]

    กฎการนำสิ่งของและยาส่วนตัวเข้าออกประเทศเกาหลี

    출처: Korea Customs Service

  9. [9]

    ข้อมูลการเดินทางและบริการล่ามสายด่วน 1330 สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    출처: Korea Tourism Organization

  10. [10]

    ช่องทางติดต่อและความช่วยเหลือสำหรับคนไทยในเกาหลี

    출처: Royal Thai Embassy, Seoul

  11. [11]

    หน่วยงานไกล่เกลี่ยและอนุญาโตตุลาการข้อพิพาททางการแพทย์ของเกาหลี

    출처: Korea Medical Dispute Mediation and Arbitration Agency

← Healthcare 목록으로홈으로