Naver Maps เกาหลี ตั้งค่าภาษาอังกฤษและหาทางไม่หลง
สามทุ่มครึ่ง ที่ทางออกสถานีฮงแด ฝนเพิ่งหยุดตก
คุณเปิดแผนที่ตัวที่ใช้ได้ทุกประเทศบนโลก แล้วมันขึ้นว่าไม่พบเส้นทาง ป้ายรอบตัวเป็นภาษาเกาหลีล้วน คนเดินสวนเร็วมาก และที่พักอยู่ห่างออกไปแค่ 600 เมตร
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณ และไม่ได้อยู่ที่สัญญาณเน็ตด้วย
ทำไมแผนที่ที่คุณใช้ทั่วโลก ถึงพาคุณหลงกลางกรุงโซล
เพราะเกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้ส่งข้อมูลแผนที่ความละเอียดสูงออกไปเก็บบนเซิร์ฟเวอร์นอกประเทศ Google จึงให้บริการเส้นทางขับรถในเกาหลีไม่ได้เลย และเส้นทางเดินเท้าก็ขาดเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะในตรอกซอกซอย
ข้อจำกัดนี้มาจากกฎหมายด้านข้อมูลภูมิสารสนเทศ ซึ่งการอนุมัติส่งออกข้อมูลแผนที่อยู่ในความดูแลของ National Geographic Information Institute หน่วยงานในสังกัดกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานและคมนาคม คำขอของบริษัทต่างชาติถูกพิจารณาแล้วไม่ผ่านมาหลายรอบ ผลคือแผนที่ต่างชาติในเกาหลีทำงานได้เพียงครึ่งเดียว
นี่คือหัวใจของคำถาม Naver Maps vs Google Maps Korea ที่นักท่องเที่ยวถามกันมากที่สุด สิ่งที่ Google ยังทำได้ดีคือเส้นทางรถไฟใต้ดินระดับภาพรวม และการแสดงรีวิวร้านอาหารเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนสิ่งที่ทำไม่ได้คือ นำทางเดินแบบเลี้ยวต่อเลี้ยว บอกเวลารถเมล์คันถัดไปแบบเรียลไทม์ และบอกว่าควรยืนรอตรงประตูไหนของขบวน
เนเวอร์ จีโด (Naver Jido) หรือชื่อในสโตร์ว่า Naver Map เก็บข้อมูลทั้งหมดนั้นไว้ในประเทศ จึงเห็นทุกซอย ทุกทางออก และทุกป้ายรถเมล์ ทางเลือกอีกตัวคือ KakaoMap ซึ่งข้อมูลใกล้เคียงกันมาก
แล้วถ้าอ่านภาษาเกาหลีไม่ออกเลยล่ะ ข่าวดีคือเรื่องนี้แก้ได้ตั้งแต่ยังนั่งรออยู่ที่สนามบิน
ตั้งค่าภาษาอังกฤษให้เสร็จ ก่อนออกจากประตูผู้โดยสารขาเข้า
Naver Map รองรับ 4 ภาษา ได้แก่ เกาหลี อังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน ยังไม่มีภาษาไทย ดังนั้นภาษาอังกฤษคือโหมดที่คุณต้องเปิดใช้ และควรเปิดตั้งแต่ยังต่อไวไฟฟรีของ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน อยู่
ขั้นตอนสั้นมาก มีแค่ 4 ขั้น
- ดาวน์โหลดแอป Naver Map จาก App Store หรือ Google Play ไม่ต้องสมัครสมาชิก Naver ก็ใช้ได้
- เปิดแอป แล้วแตะแท็บขวาล่างสุด ซึ่งเป็นเมนูโปรไฟล์
- แตะไอคอนรูปเฟือง มุมขวาบน
- เลือกหัวข้อ Language แล้วเลือก English จากนั้นแอปจะรีสตาร์ตเอง
นี่คือแก่นของ Naver Maps English language guide ที่ควรรู้ก่อนใคร เมื่อสลับเป็นอังกฤษแล้ว ชื่อสถานี ชื่อทางออก และเมนูทั้งหมดจะกลายเป็นตัวโรมัน แต่ชื่อร้านเล็ก ๆ บางแห่งจะยังคงเป็นภาษาเกาหลีอยู่ เพราะเจ้าของร้านลงทะเบียนไว้แบบนั้น
IMAGE_PLACEHOLDER_1
เคล็ดลับที่ช่วยได้จริงคือ อย่าพิมพ์ชื่อสถานที่แบบเดาสะกดเอง ให้คัดลอกชื่อภาษาเกาหลีมาวางแทน คุณหาชื่อเกาหลีของสถานที่ท่องเที่ยวหลักได้จากเว็บไซต์ของ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ซึ่งมีหน้าภาษาต่างประเทศให้ใช้ วิธีนี้แม่นกว่าการพิมพ์ Gyeongbokgung ผิดตัวอักษรเดียวแล้วหาไม่เจอ
พอค้นหาเป็นแล้ว ด่านต่อไปคือหน้าจอที่คนไทยกดผิดบ่อยที่สุด นั่นคือหน้าเส้นทางขนส่งสาธารณะ
อ่านหน้าขนส่งสาธารณะให้ขึ้นถูกคัน ถูกประตู ถูกทางออก
กดปุ่ม Directions เลือกจุดหมาย แล้วแตะไอคอนรถบัสกับรถไฟ แอปจะแสดงเส้นทางเรียงตามเวลาที่ใช้จริง พร้อมค่าโดยสารรวม เวลารถคันถัดไป และเลขประตูที่ควรยืนรอ นี่คือคำตอบของคำถาม how to use Naver Maps public transit แบบสั้นที่สุด
รายละเอียดที่ควรอ่านมีสามบรรทัด
บรรทัดแรกคือตัวเลขในวงกลมสี หมายถึงหมายเลขสายรถไฟใต้ดิน หรือ จีฮาชอล (jihacheol) สายหลักที่นักท่องเที่ยวใช้คือสาย 2 สีเขียว ซึ่งวิ่งวนผ่านฮงแด คังนัม และซินชน
บรรทัดที่สองคือคำว่า Transfer หรือ ฮวานซึง (hwanseung) ตรงนี้ Naver Map จะบอกว่าให้ขึ้นตู้ที่เท่าไร ประตูที่เท่าไร เพื่อให้ลงมาแล้วเดินต่อสั้นที่สุด ในสถานีอย่างชองโนซัมกา การยืนผิดประตูหมายถึงการเดินเพิ่มอีก 4 นาที
บรรทัดที่สามคือเลข Exit หรือ ชุลกู (chulgu) สถานีใหญ่ในโซลมีทางออกได้ถึง 14 ทาง และแต่ละทางห่างกันเป็นร้อยเมตร ตัวเลขนี้สำคัญกว่าชื่อสถานีเสียอีก
ส่วนรถเมล์ Naver Map แสดงตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ โดยดึงข้อมูลจากระบบจราจรของ ศูนย์ข้อมูลจราจรกรุงโซล สีของรถเมล์บอกประเภท รถสีน้ำเงินวิ่งระยะไกลข้ามเขต รถสีเขียววิ่งสั้นเชื่อมสถานีรถไฟ รถสีเหลืองวิ่งวนในย่านเดียว และรถสีแดงเป็นรถข้ามจังหวัดซึ่งค่าโดยสารแพงกว่า
ตามประกาศของกรุงโซล บัตรโดยสาร Climate Card ราคา 62,000 วอน ใช้เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินและรถเมล์ในเขตกรุงโซลได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวเป็นเวลา 30 วัน แต่ไม่ครอบคลุมรถเมล์ข้ามจังหวัดและรถไฟด่วนสนามบิน
รายละเอียดบัตรและจุดจำหน่ายอยู่ในเว็บไซต์ของ รัฐบาลกรุงโซล ถ้าคุณอยู่โซล 4 วันและนั่งรถไฟวันละ 4 เที่ยว บัตรเติมเงินธรรมดายังคุ้มกว่า
บัตร T-money เกาหลี ซื้อที่ไหน เติมเงินอย่างไร
แต่การเดินทางที่ทำให้คนหลงมากที่สุดในโซล ไม่ใช่รถไฟ
เดินในตรอกฮงแดและอิกซอนดง โดยไม่วนกลับที่เดิมสามรอบ
โหมดเดินเท้าของ Naver Map นำทางได้ละเอียดถึงระดับตรอก และแสดงภาพถ่ายระดับสายตาที่หัวมุมถนน ซึ่งเป็นจุดที่ Naver Maps walking directions Seoul ทิ้งห่างแผนที่ต่างชาติชัดที่สุด เพราะย่านเก่าอย่างอิกซอนดงมีซอยกว้างไม่ถึง 2 เมตร และไม่มีชื่อถนนกำกับ
วิธีใช้คือ เลือกจุดหมาย แตะ Directions แล้วเลือกไอคอนคนเดิน แอปจะบอกระยะทาง เวลาที่ใช้ และความชัน ข้อมูลความชันมีประโยชน์กว่าที่คิด เพราะย่านอิฮวาและนัมซานเป็นเนินทั้งย่าน
IMAGE_PLACEHOLDER_2
สองฟังก์ชันที่คนไทยมักไม่รู้ว่ามี
อย่างแรกคือแผนที่ภายในอาคารและสถานี เมื่อซูมเข้าไปในสถานีใหญ่ คุณจะเห็นผังชั้น ตำแหน่งลิฟต์ ห้องน้ำ และตู้ล็อกเกอร์ ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานีตรงกับที่ประกาศไว้โดย Seoul Metro เรื่องนี้ช่วยมากเวลาลากกระเป๋าใบใหญ่ เพราะบางทางออกมีแต่บันได
อย่างที่สองคือจุดจอดจักรยานสาธารณะ ตารึงอี (ttareungi) ซึ่งแสดงจำนวนคันที่เหลืออยู่จริงในแต่ละจุด ระยะ 2 กิโลเมตรริมแม่น้ำฮันปั่นสบายกว่าเดินมาก
ข้อควรระวังคือ แผนที่ออฟไลน์แบบดาวน์โหลดทั้งเมืองนั้นไม่มีใน Naver Map คุณจึงต้องมีอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา และนั่นพาเราไปสู่เรื่องเงิน
ค่าใช้จ่ายจริงเป็นเงินบาท และสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนขึ้นเครื่อง
ตัวแอป Naver Map ใช้ฟรีทั้งหมด ไม่มีค่าสมัคร ไม่มีเวอร์ชันเสียเงิน ค่าใช้จ่ายจริงอยู่ที่อินเทอร์เน็ตและค่าเดินทาง โดยคิดที่อัตราประมาณ 100 บาทต่อ 3,900 วอน
- รถไฟใต้ดินโซล เริ่มต้น 1,400 วอน หรือราว 36 บาทต่อเที่ยว เมื่อแตะบัตรเติมเงิน
- รถเมล์ในเมือง เริ่มต้น 1,500 วอน หรือราว 38 บาท
- แท็กซี่ทั่วไปในโซล เริ่มต้นที่มิเตอร์ 4,800 วอน หรือราว 123 บาท
- รถไฟด่วนสนามบิน AREX จากอินชอนถึงสถานีโซล ราว 11,000 วอน หรือราว 282 บาท
- ซิมหรือ eSIM แบบเน็ตไม่อั้น 5 วัน ราว 15,000 ถึง 25,000 วอน หรือ 385 ถึง 640 บาท
บัตรเติมเงินที่ใช้ได้ทั้งรถไฟ รถเมล์ และร้านสะดวกซื้อคือ T-money ซื้อได้ที่ตู้ในสถานีและร้านสะดวกซื้อทุกสาขา รายละเอียดระบบบัตรอยู่ที่ T-money
ซิมเกาหลี eSIM แบบไหนคุ้มกว่าสำหรับทริป 5 วัน
เรื่องที่ต้องจัดการก่อนบิน และไม่เกี่ยวกับแอปโดยตรง คือ K-ETA ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางเข้าเกาหลีแบบไม่ต้องขอวีซ่ายังต้องยื่น K-ETA ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน หรือราว 255 บาท ผลอนุมัติมีอายุ 3 ปี และควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง ยื่นได้ที่เว็บไซต์ทางการ K-ETA เท่านั้น อย่ายื่นผ่านเว็บตัวแทนที่คิดค่าบริการเพิ่ม
และควรบันทึกไว้อีกหนึ่งเบอร์ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ทำหนังสือเดินทางหาย หรือประสบอุบัติเหตุระหว่างอยู่ในเกาหลี ให้ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ส่วนสายด่วนข้อมูลท่องเที่ยวของเกาหลีคือหมายเลข 1330 ซึ่งมีล่ามภาษาอังกฤษตลอด 24 ชั่วโมง
สรุป
แผนที่ที่คุณใช้อยู่ทั่วโลกทำงานได้ไม่เต็มที่ในเกาหลี เพราะข้อจำกัดการส่งออกข้อมูลแผนที่ ทางแก้คือติดตั้ง Naver Map แล้วสลับเป็นภาษาอังกฤษใน 4 ขั้นตอนตั้งแต่ยังอยู่ที่สนามบิน
สิ่งที่ควรทำตามลำดับมีดังนี้ ยื่น K-ETA ล่วงหน้า 72 ชั่วโมง ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน หรือราว 255 บาท จองซิมหรือ eSIM ให้เน็ตต่อเนื่อง เพราะ Naver Map ไม่มีแผนที่ออฟไลน์ ซื้อบัตร T-money ทันทีที่ถึงสนามบิน แล้วเริ่มต้นค่าโดยสารรถไฟที่ 1,400 วอน หรือราว 36 บาทต่อเที่ยว
และเวลาอ่านเส้นทาง ให้จำสามคำนี้ไว้ หมายเลขสาย ประตูสำหรับเปลี่ยนขบวน และเลขทางออก สามตัวเลขนี้ตัดเวลาหลงทางของคุณไปได้มากที่สุด
자주 묻는 질문
QNaver Map มีภาษาไทยหรือไม่
ยังไม่มีภาษาไทย แอปรองรับ 4 ภาษาคือ เกาหลี อังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน นักท่องเที่ยวไทยจึงควรตั้งค่าเป็นภาษาอังกฤษผ่านเมนู Settings แล้วเลือก Language วิธีค้นหาที่แม่นที่สุดคือคัดลอกชื่อสถานที่เป็นภาษาเกาหลีจากเว็บไซต์ทางการมาวางในช่องค้นหา
Qใช้ Naver Map แบบออฟไลน์ได้ไหม
ไม่ได้ในแบบดาวน์โหลดแผนที่ทั้งเมืองเก็บไว้ล่วงหน้า ทั้งการค้นหา การนำทาง และเวลารถเมล์แบบเรียลไทม์ต้องใช้อินเทอร์เน็ตตลอด จึงควรเตรียมซิมหรือ eSIM แบบเน็ตไม่อั้น ซึ่งราคาประมาณ 15,000 ถึง 25,000 วอนสำหรับ 5 วัน
Qระหว่าง Naver Map กับ KakaoMap ควรใช้ตัวไหน
ข้อมูลแผนที่และเส้นทางขนส่งสาธารณะของทั้งสองแอปใกล้เคียงกันมาก Naver Map มีรีวิวร้านอาหารและข้อมูลเวลาเปิดปิดครบกว่า ส่วน KakaoMap เชื่อมกับบริการเรียกแท็กซี่ Kakao T ได้สะดวกกว่า นักท่องเที่ยวหลายคนติดตั้งทั้งสองตัวไว้
Qจองแท็กซี่ผ่าน Naver Map ด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศได้หรือไม่
ระบบชำระเงินในแอปเกาหลีส่วนใหญ่ผูกกับบัตรที่ออกในประเทศเกาหลี บัตรต่างประเทศจึงมักลงทะเบียนไม่ผ่าน วิธีที่ใช้ได้แน่นอนคือใช้ Naver Map ดูเส้นทางและค่าโดยสารโดยประมาณ แล้วโบกแท็กซี่จ่ายด้วยบัตร T-money หรือเงินสด
Qต้องสมัครบัญชี Naver ก่อนใช้แอปไหม
ไม่ต้อง การค้นหา การดูเส้นทาง และการนำทางใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องล็อกอิน บัญชีจำเป็นเฉพาะเมื่อต้องการบันทึกสถานที่โปรดหรือซิงก์ข้อมูลข้ามเครื่อง ซึ่งการสมัครด้วยเบอร์โทรต่างประเทศบางครั้งติดขั้นตอนยืนยันตัวตน
출처 및 인용
- [1]
การส่งออกข้อมูลแผนที่ความละเอียดสูงของเกาหลีใต้ไปต่างประเทศต้องผ่านการอนุมัติ ทำให้บริการแผนที่ต่างชาติให้เส้นทางขับรถและเดินเท้าได้ไม่ครบ
- [2]
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เข้าเกาหลีแบบไม่ต้องขอวีซ่าต้องยื่น K-ETA ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน ผลอนุมัติมีอายุ 3 ปี และควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง
- [3]
ข้อมูลชื่อภาษาเกาหลีและข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวหลักสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงสายด่วนท่องเที่ยว 1330
- [4]
บัตร Climate Card ราคา 62,000 วอน ใช้รถไฟใต้ดินและรถเมล์ในเขตกรุงโซลไม่จำกัดเที่ยวเป็นเวลา 30 วัน โดยไม่ครอบคลุมรถเมล์ข้ามจังหวัดและรถไฟด่วนสนามบิน
- [5]
ข้อมูลตำแหน่งรถเมล์แบบเรียลไทม์และประเภทรถเมล์ตามสีในกรุงโซล
출처: Seoul Transport Operation and Information Service (TOPIS)
- [6]
ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานี เช่น ลิฟต์ ห้องน้ำ และตู้ล็อกเกอร์
출처: Seoul Metro
- [7]
ระบบบัตรเติมเงิน T-money ใช้ได้กับรถไฟใต้ดิน รถเมล์ และร้านสะดวกซื้อ
- [8]
ช่องทางติดต่อกรณีฉุกเฉินสำหรับคนไทยในเกาหลี เช่น หนังสือเดินทางสูญหายหรืออุบัติเหตุ