บุกชอนฮันอกวิลเลจ เปิดกี่โมง เดินยังไงไม่ให้เสียเที่ยว
คุณจดพิกัดถ่ายรูปไว้ครบแล้ว ตั๋วเครื่องบินก็จองแล้ว
แต่พอไปยืนอยู่ปากซอยจริง ถนนกลับเงียบกว่าที่คิด และมีเจ้าหน้าที่ยืนถือป้ายอยู่ตรงหัวมุม บางคนเดินขึ้นไปแล้วถูกขอให้เดินกลับลงมา
บุกชอนฮันอกวิลเลจ (Bukchon Hanok Maeul) ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่นี่คือย่านที่มีคนนอนอยู่ในบ้านหลังที่คุณกำลังจะเอากล้องไปจ่อ และกติกาของมันเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2024
IMAGE_PLACEHOLDER_1
หมู่บ้านที่ไม่มีรั้ว แต่มีเวลาปิด เป็นไปได้ยังไง
คำตอบตรง ๆ คือ สำนักงานเขตจงโน ประกาศให้พื้นที่ใจกลางบุกชอนเป็นเขตจัดการพิเศษด้านการท่องเที่ยว และกำหนดเวลาเข้าชมถนน Bukchon-ro 11-gil ไว้ที่ 10:00 ถึง 17:00 น. วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์ปิดทั้งวัน
ไม่มีประตู ไม่มีบูธขายตั๋ว ไม่มีค่าเข้า ตัวหมู่บ้านยังฟรีเหมือนเดิม สิ่งที่ถูกจำกัดคือ “เวลา” ไม่ใช่ “ค่าเข้า”
เหตุผลอยู่ที่ตัวเลขของคนที่อาศัยอยู่จริง ย่านนี้มีผู้อยู่อาศัยหลักพันคนในบ้านฮันอกที่ยังใช้ชีวิตปกติ เสียงลากกระเป๋าเดินทางตอนตีห้า ขยะกาแฟที่วางไว้หน้าประตู และคนกดกริ่งบ้านคนอื่นเพื่อขอถ่ายรูป สะสมกันจนกลายเป็นเรื่องร้องเรียนประจำปี ทางเขตจึงแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนสี โดยโซนแดงคือถนนสายที่ชันและสวยที่สุด และเป็นสายเดียวที่มีเวลาเปิดปิดจริงจัง
สาระสำคัญจากประกาศของเขตจงโน ระบุว่าบุกชอนเป็นพื้นที่พักอาศัยของประชาชน ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้ผู้มาเยือนงดส่งเสียงดัง งดเข้าไปในบริเวณบ้านส่วนบุคคล และเข้าชมภายในเวลาที่กำหนดเท่านั้น
แล้วถ้าเผลอเดินเข้าไปนอกเวลาล่ะ ทางเขตประกาศบทลงโทษไว้ที่ค่าปรับสูงสุด 100,000 วอน หรือราว 2,500 บาท ต่อคน ในทางปฏิบัติ สิ่งที่คุณจะเจอก่อนคือเจ้าหน้าที่กำกับดูแลที่ยืนประจำจุด และจะขอให้คุณเดินกลับ ไม่ใช่ใบสั่งทันที แต่การเถียงกับเขาแลกกับรูปหนึ่งใบไม่คุ้มเลย
รู้เวลาแล้วยังไม่พอ เพราะช่วง 7 ชั่วโมงที่เปิดนั้น ไม่ได้ดีเท่ากันทุกชั่วโมง
เที่ยวพระราชวังเคียงบกกุง เส้นทางเดินและเวลาเปิดปิด
ไปกี่โมงถึงจะได้ทั้งภาพสวยและถนนที่ว่าง
คำตอบคือ 10:00 น. ของวันธรรมดา ตรงเวลาเปิดพอดี นั่นคือ best time to visit Bukchon ที่ให้ผลต่างชัดที่สุดโดยไม่ต้องแลกกับอะไรเลย
เหตุผลง่ายมาก กรุ๊ปทัวร์ส่วนใหญ่จัดบุกชอนไว้เป็นจุดที่สองของวัน ต่อจากพระราชวังเคียงบกกุง คลื่นคนจึงเริ่มไหลเข้ามาราว 11:00 น. และหนาแน่นที่สุดช่วง 13:00 ถึง 15:00 น. ถ้าคุณไปถึงตอนสิบโมง คุณจะมีเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงที่ถนนโล่งพอจะเห็นหลังคาไล่ระดับลงไปโดยไม่มีหัวคนบัง
อีกจุดที่คนไทยพลาดบ่อยคือวันเสาร์ พอวันอาทิตย์ปิด คนทั้งหมดของสุดสัปดาห์จึงถูกอัดมาลงวันเสาร์วันเดียว ถ้าเลือกได้ ให้ตัดวันเสาร์ทิ้งไปเลย
เรื่องฤดูกาล ข้อมูลจาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ภาษาไทย ชี้ไปที่ปลายเดือนเมษายนช่วงดอกไม้ผลิ และปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งเป็นสองช่วงที่แสงนุ่มและอากาศเดินขึ้นเนินไหว สำหรับคนไทยที่ไม่คุ้นความหนาว ฤดูหนาวยังไปได้ แต่ต้องรู้ว่าซอยนี้ชันและลื่นมากหลังหิมะตก รองเท้าผ้าใบพื้นเรียบคือความเสี่ยงจริง
ข้อจำกัดหนึ่งที่ควรยอมรับตั้งแต่ต้น คุณจะไม่ได้ภาพพระอาทิตย์ตกในโซนแดง เพราะปิดห้าโมงเย็น ถ้าอยากได้แสงเย็น ให้ย้ายไปฝั่ง Samcheong-dong ที่อยู่ถัดไปอีกไม่กี่ร้อยเมตรและไม่ได้อยู่ในเขตจำกัดเวลา
ทีนี้ พอยืนอยู่ในเวลาที่ถูกต้องแล้ว คำถามต่อไปคือยืนตรงไหน
IMAGE_PLACEHOLDER_2
ถ่ายรูปให้ได้ภาพ โดยไม่ต้องมีใครเดินมาเตือน
คำตอบคือยืนบนจุดที่เขตจงโนทำเครื่องหมายไว้ให้แล้ว ไม่ต้องเดินหาเอง
ทางเขตกำหนดจุดชมวิวไว้ 8 จุด เรียกว่า Bukchon Palgyeong หรือแปดทัศนียภาพแห่งบุกชอน มีป้ายหมายเลขติดอยู่กับพื้นและกำแพง ภาพที่คุณเห็นในอินสตาแกรมเกือบทั้งหมดคือจุดที่ 5 และ 6 ซึ่งเป็นมุมมองลงจากยอดเนินเห็นหลังคากระเบื้องซ้อนกันไปจนสุดสายตา ยืนตรงป้าย ไม่ต้องปีน ไม่ต้องเข้าไปในลานบ้านใคร
hanok village photo tips ที่ใช้ได้จริงมีอยู่ไม่กี่ข้อ
- ใช้เลนส์ช่วง 35 ถึง 50 มม. มุมกว้างเกินไปจะทำให้หลังคาแบนและเนินหายไป
- ห้ามตั้งขาตั้งกล้องกลางถนน เพราะเป็นทางสัญจรของผู้อยู่อาศัยจริง
- ห้ามบินโดรน พื้นที่ใจกลางกรุงโซลรอบบุกชอนอยู่ในเขตห้ามบิน การฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมายการบิน ไม่ใช่แค่ถูกเตือน
- ถ่ายคนในเฟรมให้หันหลังหรือถ่ายเงา จะได้ภาพที่เล่าเรื่องกว่าและไม่ละเมิดใคร
- อย่ากดกริ่งหรือเปิดประตูไม้เพื่อ “ขอดูข้างใน” นั่นคือบ้านคน ไม่ใช่คาเฟ่
ส่วนชุดฮันบก (hanbok) ร้านเช่าส่วนใหญ่กระจุกอยู่แถวสถานี Anguk และหน้าพระราชวัง ราคาเริ่มต้นราว 15,000 ถึง 25,000 วอนสำหรับ 2 ชั่วโมง หรือประมาณ 375 ถึง 625 บาท และมีสิทธิประโยชน์ที่หลายคนไม่รู้ คือผู้สวมฮันบกเข้าชมพระราชวังหลัก 4 แห่งได้ฟรี ตามแนวทางของ Korea Heritage Service หน่วยงานที่ดูแลมรดกทางวัฒนธรรมของเกาหลี
คำถามคือ ถ่ายเสร็จตอนเที่ยงแล้วไปไหนต่อ คำตอบอยู่ห่างออกไปแค่ยี่สิบนาทีเดิน
เดินจากบุกชอนไปอินซาดง เส้นทางที่ไม่ต้องขึ้นรถอีกเลย
คำตอบคือระยะทางรวมประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 20 นาที ถ้าไม่แวะ และเป็นเส้นทางลงเนินเกือบทั้งหมด
Insadong walking route ที่ประหยัดแรงที่สุดเริ่มจากสถานี Anguk (Anguk-yeok) สาย 3 ของ รถไฟใต้ดินกรุงโซล ทางออก 2 เดินขึ้นเนินไปบุกชอนก่อนตอนเช้าที่ยังมีแรง แล้วค่อยไล่ลงมาตามลำดับนี้
- จุดชมวิวบุกชอนที่ 5 และ 6 บนถนน Bukchon-ro 11-gil ใช้เวลาราว 40 นาที
- เดินลงมาทางศูนย์วัฒนธรรมบุกชอน เข้าห้องน้ำและพักได้ฟรี
- ผ่านหน้าพระราชวังชางด็อกกุง ซึ่งเป็นมรดกโลกยูเนสโก ถ้ามีเวลาเหลือค่อยเข้า
- ตัดกลับมาที่สถานี Anguk แล้วเข้าถนน Insa-dong gil
- แวะ Ssamziegil อาคารทางเดินวนขึ้นที่รวมร้านงานคราฟต์
- ปิดท้ายที่วัด Jogyesa ซึ่งเข้าชมฟรีและอยู่ปลายถนน
เส้นนี้ร้อยเอา Seoul cultural heritage spots หลักไว้ในวันเดียวโดยไม่ต้องเสียเวลารอรถ ทั้งพระราชวังเคียงบกกุง พระราชวังชางด็อกกุง คฤหาสน์อุนฮยอนกุง และวัดโชเกซา อยู่ในรัศมีเดินถึงกันหมด
ข้อควรรู้เรื่องเวลา อย่าวางบุกชอนไว้ท้ายวัน เพราะ Bukchon visiting hours ปิด 17:00 น. ขณะที่อินซาดงคึกคักที่สุดตอนเย็นและร้านเปิดถึงสามทุ่ม ลำดับที่ถูกคือบุกชอนก่อน อินซาดงทีหลัง สลับกันเมื่อไรคุณจะเสียบุกชอนไปทั้งวัน
เหลืออีกเรื่องเดียวที่ตอบยากที่สุดสำหรับคนวางแผนจากกรุงเทพ นั่นคือเงิน
ค่าใช้จ่ายทั้งวันคิดเป็นเงินบาทเท่าไร
คำตอบคือ ถ้ารวมชุดฮันบก อาหารกลางวัน คาเฟ่ และค่าเข้าพระราชวังสองแห่ง งบต่อคนอยู่ราว 1,300 ถึง 1,600 บาท โดยคิดที่อัตราประมาณ 1,000 วอน เท่ากับ 25 บาท ซึ่งควรเช็กอัตราจริงก่อนเดินทางทุกครั้ง
แยกเป็นก้อนได้แบบนี้
- ค่าเข้าหมู่บ้านบุกชอน 0 วอน
- รถไฟใต้ดินเที่ยวละ 1,400 วอน หรือราว 35 บาท เมื่อใช้บัตร T-money
- พระราชวังเคียงบกกุง 3,000 วอน ราว 75 บาท ฟรีเมื่อสวมฮันบก
- พระราชวังชางด็อกกุงรวมสวนลับ 8,000 วอน ราว 200 บาท
- เช่าฮันบก 2 ชั่วโมง 15,000 ถึง 25,000 วอน ราว 375 ถึง 625 บาท
- มื้อกลางวันย่านซัมชองดง 9,000 ถึง 13,000 วอน ราว 225 ถึง 325 บาท
- คาเฟ่ 1 แก้ว 6,000 วอน ราว 150 บาท
แต่มีค่าใช้จ่ายอีกก้อนที่เกิดขึ้นก่อนคุณจะขึ้นเครื่องด้วยซ้ำ ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอ K-ETA ก่อนเดินทางเข้าเกาหลีแบบไม่ใช้วีซ่า ยื่นออนไลน์ที่ ระบบ K-ETA อย่างเป็นทางการ ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน หรือราว 250 บาทต่อการอนุมัติหนึ่งครั้ง และควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ก่อนออกเดินทาง เมื่อได้รับอนุมัติแล้วใช้ได้หลายครั้งภายในอายุที่ระบุในผลอนุมัติ ระวังเว็บไซต์ตัวแทนที่คิดค่าบริการเพิ่มหลายเท่า ให้ยื่นผ่านโดเมน go.kr เท่านั้น
อีกอย่างที่ทำฟรีและช่วยประหยัดเวลาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง คือการกรอกบัตรขาเข้าอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน e-Arrival Card ล่วงหน้า แทนการเขียนกระดาษบนเครื่อง
และถ้าเกิดเรื่องฉุกเฉินระหว่างอยู่ที่โซล เช่น หนังสือเดินทางหาย ให้ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล โดยตรง เก็บสำเนาหนังสือเดินทางไว้ในโทรศัพท์แยกจากตัวเล่มเสมอ
สรุป
จำสามตัวเลขนี้ไว้แล้วทริปบุกชอนของคุณจะไม่พัง
หนึ่ง 10:00 ถึง 17:00 น. จันทร์ถึงเสาร์ ปิดวันอาทิตย์ ถ้าไฟลต์ของคุณลงบ่ายวันเสาร์ ให้เลื่อนบุกชอนไปเป็นวันจันทร์แทน สอง 20 นาที คือเวลาเดินจากบุกชอนถึงอินซาดง วางบุกชอนไว้ช่วงเช้าและอินซาดงไว้ช่วงเย็นเสมอ สาม 72 ชั่วโมง คือระยะเวลาที่ควรยื่น K-ETA ล่วงหน้า อย่ายื่นคืนก่อนบิน
สิ่งที่ควรทำต่อจากนี้คือเปิดปฏิทินแล้วเลือกวันธรรมดาสักวัน จองร้านเช่าฮันบกรอบ 9:30 น. ไว้ล่วงหน้า แล้วเดินขึ้นเนินตอนสิบโมงตรง คุณจะได้ถนนที่แทบว่างเปล่าเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม ในราคาค่าเข้าเท่ากับศูนย์บาท
자주 묻는 질문
Qบุกชอนฮันอกวิลเลจเก็บค่าเข้าไหม
ไม่เก็บ การเดินชมหมู่บ้านบุกชอนไม่มีค่าเข้าและไม่มีบูธขายตั๋ว สิ่งที่ถูกควบคุมคือเวลาเข้าชมของถนน Bukchon-ro 11-gil ซึ่งเปิด 10:00 ถึง 17:00 น. วันจันทร์ถึงเสาร์ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงคือค่าเช่าฮันบก ค่าอาหาร และค่าเข้าพระราชวังใกล้เคียงเท่านั้น
Qถ้าไปวันอาทิตย์จะเที่ยวอะไรแถวนั้นได้บ้าง
โซนควบคุมปิดวันอาทิตย์ แต่พื้นที่โดยรอบยังเปิดปกติ คุณเดินเที่ยวซัมชองดง อินซาดง วัดโชเกซา และพระราชวังชางด็อกกุงได้ตามเวลาเปิดของแต่ละแห่ง แนะนำให้เช็กวันหยุดประจำสัปดาห์ของพระราชวังก่อน เพราะแต่ละแห่งปิดคนละวัน โดยดูจากเว็บไซต์ Korea Heritage Service
Qคนไทยต้องขอ K-ETA ก่อนไปเที่ยวเกาหลีหรือไม่
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางเข้าเกาหลีแบบไม่ใช้วีซ่าต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนขึ้นเครื่อง ยื่นออนไลน์ที่ k-eta.go.kr ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน หรือราว 250 บาท ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพราะบางกรณีใช้เวลาพิจารณานานกว่าปกติ และควรยื่นผ่านเว็บไซต์ทางการเท่านั้น
Qเดินขึ้นเนินบุกชอนเหนื่อยมากไหม เหมาะกับผู้สูงอายุหรือเปล่า
ถนนสายหลักเป็นทางลาดชันต่อเนื่องประมาณ 400 เมตร และพื้นเป็นหินขัดที่ลื่นเมื่อเปียก ผู้สูงอายุยังเที่ยวได้ แต่ควรนั่งแท็กซี่ขึ้นไปส่งที่ด้านบนแล้วเดินไล่ลงมา จะประหยัดแรงกว่าเดินขึ้นจากสถานี Anguk มาก และควรใส่รองเท้าพื้นยางที่มีดอกยาง
Qถ่ายรูปในบุกชอนมีข้อห้ามอะไรบ้าง
ห้ามเข้าไปในลานบ้านหรือเปิดประตูบ้านส่วนบุคคล ห้ามตั้งขาตั้งกล้องกีดขวางทางเดิน และห้ามบินโดรนเพราะพื้นที่ใจกลางกรุงโซลอยู่ในเขตห้ามบิน ควรถ่ายจากจุดชมวิวที่เขตจงโนทำป้ายหมายเลขไว้ทั้ง 8 จุด และลดเสียงพูดคุยเพราะเป็นเขตที่พักอาศัย
출처 및 인용
- [1]
เขตจงโนกำหนดเวลาเข้าชมพื้นที่ควบคุมพิเศษของบุกชอนไว้ที่ 10:00-17:00 น. วันจันทร์ถึงเสาร์ ปิดวันอาทิตย์ และประกาศค่าปรับผู้ฝ่าฝืนสูงสุด 100,000 วอน
- [2]
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เข้าเกาหลีแบบไม่ใช้วีซ่าต้องยื่นขออนุมัติ K-ETA ล่วงหน้า ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน และควรยื่นก่อนเดินทางอย่างน้อย 72 ชั่วโมง
- [3]
ข้อมูลฤดูกาลท่องเที่ยว จุดชมวิวบุกชอน และย่านใกล้เคียงอย่างซัมชองดงและอินซาดง
출처: องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ฉบับภาษาไทย (Korea Tourism Organization)
- [4]
ผู้สวมชุดฮันบกได้รับสิทธิเข้าชมพระราชวังหลักโดยไม่เสียค่าเข้า และข้อมูลเวลาเปิดปิดของพระราชวังเคียงบกกุงกับชางด็อกกุง
- [5]
ผู้เดินทางเข้าเกาหลีสามารถกรอกบัตรขาเข้าอิเล็กทรอนิกส์ล่วงหน้าทางออนไลน์แทนแบบฟอร์มกระดาษ
- [6]
ช่องทางติดต่อฉุกเฉินสำหรับคนไทยในกรุงโซล เช่น กรณีหนังสือเดินทางสูญหาย
- [7]
ข้อมูลค่าโดยสารรถไฟใต้ดินกรุงโซลและการใช้บัตร T-money