The Koreafy

จ่ายบัตรในเกาหลี คนไทยต้องรู้อะไรก่อนแลกเงินวอน

3분 읽기

คุณกำลังจัดกระเป๋าไปเกาหลี แล้วคำถามเดิมก็โผล่มาอีกรอบ แลกเงินวอนเท่าไหร่ดี?

บางคนแลกไปเป็นปึก สุดท้ายเหลือเงินวอนกลับบ้านครึ่งกระเป๋า บางคนพกไปแต่บัตร แล้วต้องมายืนงงหน้าตู้เติมเงินในสถานีรถไฟใต้ดิน ทั้งที่ข้างหลังมีคนต่อคิวยาว

ที่เกาหลี คนจ่ายด้วยบัตรกันเป็นเรื่องปกติ แต่คำว่า “เกือบทุกที่” ไม่ได้แปลว่า “ทุกที่” และช่องว่างเล็ก ๆ ตรงนั้นแหละที่ทำให้ทริปสะดุด

ทำไมบัตรไทยของคุณถึงรูดได้เกือบทุกร้านในเกาหลี

เพราะร้านที่ติดเครื่องรับบัตรแล้ว ปฏิเสธการจ่ายด้วยบัตรไม่ได้ตามกฎหมาย นี่คือเหตุผลที่เรื่อง credit card accepted in Korea แทบไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงแท็กซี่ในโซล

กฎหมายที่ว่าคือ Specialized Credit Finance Business Act (Yeosin Jeonmun Geumyungeop-beop) ตัวบทฉบับเต็มเปิดอ่านได้ที่ ศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติเกาหลี

“ร้านค้าที่เป็นสมาชิกรับบัตรเครดิต ต้องไม่ปฏิเสธการทำธุรกรรม หรือปฏิบัติต่อผู้ถือบัตรอย่างไม่เป็นธรรม เพียงเพราะผู้นั้นชำระด้วยบัตรเครดิต” - สรุปความจาก Specialized Credit Finance Business Act มาตรา 19

แล้วมันช่วยคุณได้อย่างไร? ร้านจะตั้งเงื่อนไขว่า “ซื้อไม่ถึง 10,000 วอนไม่รับบัตร” หรือ “จ่ายบัตรบวกเพิ่ม 3%” ไม่ได้ ถ้าเจอแบบนี้ในร้านที่มีเครื่องรูดบัตร คุณมีสิทธิ์ปฏิเสธเงื่อนไขนั้น

เรื่องบัตรเริ่มตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องด้วยซ้ำ หากคุณต้องยื่น K-ETA ค่าธรรมเนียม 10,000 วอนต้องชำระด้วยบัตรผ่าน เว็บไซต์ทางการ K-ETA เท่านั้น ระวังเว็บตัวแทนที่หน้าตาคล้ายกัน แต่เก็บค่าบริการแพงกว่าหลายเท่า

วิธียื่น K-ETA สำหรับคนไทย

แต่กฎหมายนี้คุ้มครองเฉพาะร้านที่รับบัตรอยู่แล้วเท่านั้น และบัตรต่างชาติยังมีเงื่อนไขซ่อนอยู่อีกชั้นหนึ่ง

บัตร Visa กับ Mastercard จากไทย ไปติดขัดตรงไหนบ้าง

หน้าเคาน์เตอร์ร้านแทบไม่มีปัญหา จุดที่ foreign Visa Mastercard Korea มักสะดุดมี 3 จุด คือ ตู้สั่งอาหารบางรุ่น แอปและเว็บไซต์ของเกาหลี และกับดักตอนเลือกสกุลเงินที่เครื่องรูดบัตร

1. ตู้สั่งอาหาร (kiosk) ที่ไม่ยอมอ่านบัตร

ร้านฟาสต์ฟู้ดและคาเฟ่ในเกาหลีใช้ตู้สั่งอาหารกันมาก ตู้บางรุ่นตั้งค่าให้รับเฉพาะบัตรที่ออกในเกาหลี ถ้าบัตรของคุณถูกปฏิเสธ ไม่ได้แปลว่าบัตรเสีย ให้เดินไปสั่งที่เคาน์เตอร์แทน พนักงานส่วนใหญ่รูดบัตรต่างชาติให้ได้

2. แอปและเว็บไซต์ที่ต้องยืนยันตัวตนแบบเกาหลี

แอปสั่งอาหาร เว็บช้อปปิ้ง และเว็บจองตั๋วหลายแห่ง ขอให้ยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์เกาหลีก่อนจ่ายเงิน นักท่องเที่ยวจึงมักติดตั้งแต่ขั้นสมัคร ไม่ใช่ขั้นรูดบัตร ทางออกคือเลือกบริการที่มีเวอร์ชันสำหรับชาวต่างชาติ หรือซื้อหน้าร้านแทน

3. กับดัก DCC ที่หน้าเครื่องรูดบัตร

บางเครื่องจะถามว่าคุณอยากจ่ายเป็นเงินบาทหรือเงินวอน ฟังดูสะดวกดี แต่นี่คือ Dynamic Currency Conversion (DCC) ซึ่งร้านหรือผู้ให้บริการเครื่องเป็นคนกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเอง เรตมักแย่กว่าที่ธนาคารของคุณแปลงให้

กฎง่าย ๆ ข้อเดียว ให้เลือกจ่ายเป็น เงินวอน (KRW) ทุกครั้ง แล้วให้ธนาคารไทยแปลงค่าเอง ก่อนเดินทางควรโทรถามธนาคารด้วยว่าคิดค่าธรรมเนียมใช้จ่ายต่างประเทศกี่เปอร์เซ็นต์ และเปิดใช้งานบัตรในต่างประเทศไว้หรือยัง

ถ้าต้องการกดเงินสด ให้มองหาตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ Global หรือรองรับบัตรต่างประเทศ ซึ่งมักอยู่ในสนามบินและร้านสะดวกซื้อใหญ่ ๆ ธนาคารไทยจะคิดค่ากดเงินต่างประเทศแยกต่างหาก

บัตรผ่านด่านนี้ไปได้ แต่ยังเหลืออีกด่านที่นักท่องเที่ยวไทยตกม้าตายบ่อยที่สุด นั่นคือด่านที่ต้อง “แตะ”

แตะจ่ายได้แค่ไหน และทำไมตู้เติมเงินในสถานียังอยากได้เงินสด

contactless payment Korea มีให้เห็นมากขึ้นในร้านเชนและร้านสะดวกซื้อ แต่ยังไม่ได้มีทุกร้าน และที่สำคัญ ตู้เติมเงินบัตร T-money ในสถานีรถไฟใต้ดินส่วนใหญ่รับแค่ เงินสด

IMAGE_PLACEHOLDER_1

บัตร T-money คือค่าเดินทางหลักของคุณ

T-money คือบัตรเติมเงินที่ใช้ขึ้นรถไฟใต้ดิน รถเมล์ และแท็กซี่ส่วนใหญ่ในโซล ซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อ ราคาตัวบัตรเริ่มต้นราว 3,000 วอน ยังไม่รวมเงินที่เติม

การเติมเงินทำได้ 2 ทาง คือที่เคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อ และที่ตู้ในสถาน ทั้งสองทางส่วนใหญ่ใช้เงินสด คุณจึงรูดบัตรเครดิตเติม T-money ตรง ๆ ไม่ได้ ตรงนี้แหละที่คนพกแต่บัตรมักติด

วิธีซื้อและเติมเงินบัตร T-money

Apple Pay และ Google Pay ของบัตรไทย

ถ้าเครื่องรับบัตรมีสัญลักษณ์คลื่นแตะจ่าย บัตรไทยที่ผูกไว้กับมือถือมักแตะได้ แต่เครื่องรุ่นเก่าในร้านเล็ก ๆ ยังไม่รองรับ ถ้าไม่เห็นสัญลักษณ์คลื่น ให้เสียบบัตรแทนตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องลองหลายรอบ

บัตรเติมเงินสำหรับนักท่องเที่ยว

อีกทางเลือกคือบัตรเติมเงินสำหรับชาวต่างชาติอย่าง WOWPASS ที่แลกเงินเข้าบัตรจากตู้ได้ และใช้ฟังก์ชัน T-money ในใบเดียว สะดวกสำหรับคนที่ไม่อยากถือเหรียญเยอะ แต่ต้องเติมเงินด้วยเงินสดอยู่ดี

พอรู้แล้วว่าค่าเดินทางต้องใช้เงินสด คำถามต่อมาคือ นอกจากรถไฟใต้ดินแล้ว ยังมีร้านไหนอีกที่บัตรช่วยคุณไม่ได้?

เงินสดหรือบัตร ร้านแบบไหนที่ควรมีแบงก์พร้อมในมือ

เรื่อง cash vs card Korea ตอบได้ง่าย ๆ บัตรชนะในร้านเชน ห้าง โรงแรม และแท็กซี่ ส่วนเงินสดชนะในตลาดดั้งเดิม (sijang) ร้านรถเข็นริมทาง และร้านเต็นท์ข้างทาง (pojangmacha)

สถานการณ์บัตรเงินสด
ร้านสะดวกซื้อ ห้าง ร้านเครื่องสำอางในเมียงดงใช้ได้เกือบทุกร้านใช้ได้
แท็กซี่ในโซลส่วนใหญ่มีเครื่องรับบัตรใช้ได้
อาหารริมทาง ร้านรถเข็นบางร้านสะดวกกว่า
ร้านในตลาดดั้งเดิม เช่น Gwangjang Sijangหลายร้านรับแล้วร้านเล็กยังนิยมเงินสด
เติมเงิน T-moneyส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องใช้

IMAGE_PLACEHOLDER_2

ทำไมร้านในตลาดบางร้านไม่รับบัตร ทั้งที่มีกฎหมายคุ้มครอง? เพราะกฎหมายบังคับเฉพาะร้านที่สมัครเป็นร้านรับบัตรแล้ว ร้านรถเข็นเล็ก ๆ หลายร้านไม่ได้ติดเครื่องรูดบัตรเลย อาหารริมทางส่วนใหญ่ราคาไม่กี่พันวอน การพกแบงก์ 1,000 และ 5,000 วอนติดตัวไว้จึงทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก

ช้อปปิ้งแล้วอย่าลืมขอคืนภาษี

ตามข้อมูลของ องค์การการท่องเที่ยวเกาหลี (ภาษาไทย) ร้านที่ติดป้าย Tax Free คืนภาษีให้นักท่องเที่ยวได้เมื่อซื้อตั้งแต่ 15,000 วอน ขึ้นไป หลายร้านหักภาษีให้ทันทีที่หน้าร้านเมื่อแสดงหนังสือเดินทาง จ่ายด้วยบัตรหรือเงินสดก็ขอคืนได้เหมือนกัน

วิธีขอคืนภาษีช้อปปิ้งในเกาหลี

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าเงินสดต้องใช้ที่ไหน เหลือคำถามสำคัญที่สุด คือต้องแลกไปเท่าไหร่ถึงจะไม่ขาดและไม่เหลือ

ต้องพกเงินสดไปเกาหลีเท่าไหร่ถึงไม่ขาดไม่เหลือ

สำหรับคำถาม how much cash to bring Korea ตัวเลขที่ใช้วางแผนได้คือ 30,000-50,000 วอนต่อวัน ถ้าคุณจ่ายค่าที่พัก ค่าช้อปปิ้ง และมื้อหลักในร้านด้วยบัตร

อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนทุกวัน ตารางด้านล่างใช้ 1 บาทประมาณ 40 วอนเพื่อให้คิดง่าย ก่อนแลกจริงให้เช็กอัตราอ้างอิงล่าสุดที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย

รายการเงินสดต่อวันประมาณ (วอน)ประมาณ (บาท)
เติม T-money ค่าเดินทาง10,000-15,000250-375
อาหารริมทางและของกินในตลาด15,000-25,000375-625
เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน5,000-10,000125-250
รวมต่อวัน30,000-50,000750-1,250

ทริป 5 วัน จึงใช้เงินสดราว 150,000-250,000 วอน หรือประมาณ 3,750-6,250 บาท ที่เหลือให้บัตรทำงานแทน

แลกที่ไหนคุ้มกว่า

ร้านแลกเงินในสนามบินมักให้เรตต่ำกว่าร้านในเมือง จึงควรแลกที่สนามบินแค่พอค่าเดินทางเข้าเมืองและเติม T-money ครั้งแรก ส่วนที่เหลือจะแลกจากร้านแลกเงินในไทยก่อนบิน หรือร้านแลกเงินย่านเมียงดงก็ได้ ลองเทียบเรตจากหลายร้านก่อนตัดสินใจ

ขีดจำกัดที่ต้องรู้ตอนผ่านด่าน

ถ้าคุณพกเงินสดรวมทุกสกุลเกิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องสำแดงต่อ กรมศุลกากรเกาหลี (Korea Customs Service) ตอนเข้าประเทศ นักท่องเที่ยวทั่วไปแทบไม่มีใครพกเงินสดถึงขนาดนี้ แต่ถ้าวางแผนซื้อของชิ้นใหญ่ด้วยเงินสด ควรรู้ไว้

ถ้าบัตรหายหรือถูกขโมย

โทรหาธนาคารไทยเพื่ออายัดบัตรทันที เบอร์ติดต่อต่างประเทศมักอยู่ด้านหลังบัตรหรือในแอปธนาคาร ควรจดเก็บแยกไว้ก่อนเดินทาง ถ้าหนังสือเดินทางหายไปพร้อมกัน ให้ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล และถ้าต้องการคนช่วยสื่อสารภาษาเกาหลี โทรสายด่วนท่องเที่ยว 1330 ของ องค์การการท่องเที่ยวเกาหลี ซึ่งมีบริการภาษาไทย

ทำหนังสือเดินทางหายในเกาหลีต้องทำอย่างไร

สรุป

แผนที่ใช้ได้จริงสำหรับคนไทยคือ ใช้บัตรเป็นหลัก พกเงินสดเป็นตัวช่วย

ก่อนบิน เช็กสองอย่างให้เรียบร้อย คือเปิดใช้บัตรในต่างประเทศแล้ว และจดเบอร์อายัดบัตรเก็บไว้แยกจากกระเป๋าสตางค์

자주 묻는 질문

Q

บัตรเดบิตของธนาคารไทยใช้จ่ายในเกาหลีได้ไหม?

ใช้ได้ ถ้าบัตรมีโลโก้ Visa หรือ Mastercard และเปิดใช้งานต่างประเทศไว้แล้ว ใช้ได้ทั้งรูดหน้าร้านและกดเงินสดจากตู้ ATM ที่รองรับบัตรต่างประเทศ ควรถามธนาคารก่อนเดินทางว่าคิดค่าธรรมเนียมใช้จ่ายและกดเงินต่างประเทศเท่าไหร่

Q

เติมเงินบัตร T-money ด้วยบัตรเครดิตได้ไหม?

ส่วนใหญ่ไม่ได้ ตู้เติมเงินในสถานีรถไฟใต้ดินและเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อมักรับเฉพาะเงินสด ควรแลกเงินวอนติดตัวไว้อย่างน้อย 10,000-15,000 วอนต่อวันสำหรับค่าเดินทาง

Q

เครื่องรูดบัตรถามว่าจะจ่ายเป็นบาทหรือวอน ควรเลือกอะไร?

ให้เลือกเงินวอน (KRW) เสมอ ถ้าเลือกเงินบาท ระบบ DCC จะแปลงค่าด้วยเรตที่ร้านหรือผู้ให้บริการเครื่องกำหนด ซึ่งมักแพงกว่าเรตที่ธนาคารไทยของคุณใช้

Q

แท็กซี่ในเกาหลีรับบัตรต่างชาติไหม?

แท็กซี่ในโซลส่วนใหญ่มีเครื่องรับบัตรและรับบัตร T-money ด้วย บอกคนขับว่า *kadeu* (บัตร) ก่อนถึงที่หมายได้เลย ถ้านั่งแท็กซี่ในต่างจังหวัดหรือตอนดึก ควรมีเงินสดสำรองไว้

Q

ควรแลกเงินวอนที่ไทยหรือที่เกาหลี?

แลกที่สนามบินแค่พอค่าเดินทางเข้าเมือง เพราะเรตมักต่ำกว่าในเมือง ส่วนที่เหลือจะแลกจากร้านแลกเงินในไทยก่อนบิน หรือร้านแลกเงินย่านเมียงดงก็ได้ ทางที่ดีคือเทียบเรตจากหลายร้านก่อนแลก

출처 및 인용

  1. [1]

    ร้านค้าที่รับบัตรเครดิตต้องไม่ปฏิเสธการชำระด้วยบัตร หรือปฏิบัติต่อผู้ถือบัตรอย่างไม่เป็นธรรม (มาตรา 19)

    출처: Korea Law Information Center - Specialized Credit Finance Business Act

  2. [2]

    ค่าธรรมเนียม K-ETA 10,000 วอน ชำระด้วยบัตรผ่านเว็บไซต์ทางการ

    출처: K-ETA Official Website

  3. [3]

    ร้าน Tax Free คืนภาษีให้นักท่องเที่ยวเมื่อซื้อตั้งแต่ 15,000 วอนขึ้นไป และสายด่วนท่องเที่ยว 1330 มีบริการภาษาไทย

    출처: Korea Tourism Organization (Thai)

  4. [4]

    ผู้เดินทางที่นำเงินสดเข้าประเทศเกิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐต้องสำแดงต่อศุลกากร

    출처: Korea Customs Service

  5. [5]

    บัตร T-money ใช้กับรถไฟใต้ดิน รถเมล์ และแท็กซี่ในโซล

    출처: T-money

  6. [6]

    ช่องทางติดต่อความช่วยเหลือสำหรับคนไทยในเกาหลีกรณีหนังสือเดินทางหาย

    출처: Royal Thai Embassy in Seoul

  7. [7]

    อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงเงินบาทเทียบเงินวอน

    출처: Bank of Thailand

← Setup & Banking 목록으로홈으로