วีซ่า D-2 เรียนมหาวิทยาลัยเกาหลี คนไทยต้องเตรียมอะไรก่อนบิน
จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยเกาหลีมาถึงแล้ว แต่ขั้นต่อไปล่ะ?
คุณอาจเคยไปเที่ยวเกาหลีแบบไม่ต้องขอวีซ่ามาหลายรอบ แต่การไปเรียนปริญญาใช้ระบบคนละชุดกัน เอกสารผิดไปแค่ใบเดียว คุณก็อาจเปิดเทอมไม่ทัน ข้อมูลด้านล่างอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลเกาหลีและไทย เรียงตามลำดับที่คุณต้องทำจริง ตั้งแต่ก่อนยื่นวีซ่าไปจนถึงวันที่เริ่มทำพาร์ทไทม์ได้
D-2 กับ D-4 ต่างกันตรงไหน และถ้าเลือกผิดจะเกิดอะไรขึ้น
D-2 คือวีซ่าสำหรับเรียนหลักสูตรปริญญา ส่วน D-4 คือวีซ่าผู้ฝึกอบรมทั่วไป ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ใช้เรียนภาษาเกาหลีที่สถาบันภาษาของมหาวิทยาลัย ถ้าคุณจะเรียนปริญญาตรี โท หรือเอก วีซ่าที่ต้องใช้คือ D-2 เท่านั้น
ในภาษาเกาหลี วีซ่า D-2 เรียกว่าสถานะ yuhak (การศึกษาต่อต่างประเทศ) ส่วน D-4 เรียกว่า ilban yeonsu (การฝึกอบรมทั่วไป) ความต่างหลักๆ สรุปได้ตามตารางนี้
| ประเด็น | D-2 | D-4 |
|---|---|---|
| ใช้เรียนอะไร | ปริญญาตรี โท เอก และนักศึกษาแลกเปลี่ยน | คอร์สภาษาเกาหลีและการอบรมระยะสั้น |
| ประเภทย่อยที่พบบ่อย | D-2-2 ปริญญาตรี, D-2-3 ปริญญาโท, D-2-4 ปริญญาเอก, D-2-6 แลกเปลี่ยน | D-4-1 ผู้เรียนภาษาเกาหลี |
| เอกสารหลัก | หนังสือตอบรับมาตรฐานจากมหาวิทยาลัย | หนังสือตอบรับจากสถาบันภาษา |
| ทำพาร์ทไทม์ | ต้องขอใบอนุญาตก่อน | ต้องอยู่ในเกาหลีครบ 6 เดือน ก่อนจึงขอได้ |
หลายคนเลือกเส้นทางสองขั้น คือเข้าไปเรียนภาษาด้วย D-4 ก่อน สอบ TOPIK ให้ผ่าน สมัครเข้ามหาวิทยาลัย แล้วค่อยยื่นเปลี่ยนสถานะเป็น D-2 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเกาหลี โดยไม่ต้องบินกลับไทย เส้นทางนี้ทำได้จริงและพบบ่อยมาก
แต่ถ้าคุณได้รับการตอบรับเข้าหลักสูตรปริญญาตั้งแต่อยู่ที่ไทยแล้ว D-2 คือทางตรงที่สั้นที่สุด ส่วนหลักสูตรที่มีให้เลือกในแต่ละมหาวิทยาลัย ดูได้จากเว็บไซต์ Study in Korea ของรัฐบาลเกาหลี
วีซ่านักศึกษา D-2 เอกสารและการต่ออายุ
แล้ว D-2 เริ่มจากตรงไหน? คำตอบไม่ใช่สถานทูต แต่เป็นกระดาษแผ่นหนึ่งจากมหาวิทยาลัย
ทุกอย่างเริ่มจากเอกสารใบเดียวที่มหาวิทยาลัยต้องออกให้
ก่อนยื่นวีซ่า D-2 คุณต้องมีหนังสือตอบรับมาตรฐาน หรือ pyojun iphak heogaseo ที่มหาวิทยาลัยออกให้หลังคุณผ่านการคัดเลือกและชำระค่าเทอมแล้ว ถ้าไม่มีใบนี้ สถานทูตจะไม่รับเรื่อง
หนังสือตอบรับ (university admission letter) สำหรับวีซ่า D-2 ไม่ใช่อีเมลแสดงความยินดีที่คุณได้รับตอนประกาศผล มันเป็นแบบฟอร์มทางการที่มหาวิทยาลัยออกตามระบบของรัฐ ถ้าได้แค่อีเมลมา ให้ติดต่อฝ่ายนักศึกษาต่างชาติ (International Office) เพื่อขอฉบับจริง
เอกสารที่มักต้องเตรียมคู่กัน
- หนังสือเดินทางที่อายุเหลือเพียงพอตลอดช่วงเรียน
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าและรูปถ่าย
- หนังสือตอบรับมาตรฐานจากมหาวิทยาลัย
- หลักฐานวุฒิการศึกษาล่าสุด ที่ผ่านการรับรองตามรูปแบบที่สถานทูตกำหนด
- หลักฐานทางการเงิน เช่น หนังสือรับรองยอดเงินฝากจากธนาคาร
เรื่องเงินคือจุดที่คนไทยติดบ่อยที่สุด มหาวิทยาลัยหลายแห่งในโซลกำหนดยอดเงินขั้นต่ำสำหรับนักศึกษาปริญญาตรีไว้ที่ USD 20,000 หรือราว 6.5-7 แสนบาทตามอัตราแลกเปลี่ยน ยอดนี้ต่างกันไปตามระดับการศึกษาและที่ตั้งของมหาวิทยาลัย จึงต้องยืนยันตัวเลขกับมหาวิทยาลัยของคุณเอง
อีกเรื่องที่ควรรู้ คือกระทรวงศึกษาธิการเกาหลี (Ministry of Education) มีระบบรับรองคุณภาพการรับนักศึกษาต่างชาติที่เรียกว่า IEQAS มหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจะได้รับการผ่อนปรนเรื่องเอกสารยื่นวีซ่า ส่วนมหาวิทยาลัยที่ไม่ผ่านการประเมิน นักศึกษาอาจต้องยื่นเอกสารละเอียดขึ้น ถามมหาวิทยาลัยก่อนว่าอยู่ในกลุ่มไหน
ด้านภาษา หลักสูตรที่สอนเป็นภาษาเกาหลีส่วนใหญ่ใช้คะแนน TOPIK เป็นเกณฑ์ ส่วนหลักสูตรภาษาอังกฤษจะใช้คะแนนภาษาอังกฤษแทน ตารางสอบและผลสอบดูได้ที่ เว็บไซต์ทางการของ TOPIK
เอกสารครบแล้ว คำถามต่อไปคือจะยื่นที่ไหน และทำไมเข้าเกาหลีแบบไม่ต้องขอวีซ่าไปก่อนแล้วค่อยจัดการทีหลังไม่ได้
ยื่นที่ไหนในไทย และทำไมการเข้าเกาหลีแบบไม่ต้องขอวีซ่า 90 วันใช้แทนไม่ได้
คนไทยยื่นวีซ่า D-2 ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยในกรุงเทพฯ ก่อนเดินทาง ตามหลักแล้ว การเข้าเกาหลีแบบไม่ต้องขอวีซ่าเพื่อท่องเที่ยว แล้วไปเปลี่ยนเป็น D-2 ในเกาหลีทำไม่ได้
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยเข้าเกาหลีได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าไม่เกิน 90 วันตามความตกลงระหว่างสองประเทศ แต่ต้องขอ K-ETA ก่อนเดินทาง สถานะนี้ออกแบบมาสำหรับการท่องเที่ยวและธุระระยะสั้น ไม่ใช่การเรียนหลายปี ถ้าคุณมีวีซ่า D-2 ติดพาสปอร์ตแล้ว เรื่อง K-ETA ก็ไม่ต้องกังวล
ตามข้อมูลจาก K-ETA ผู้ที่ถือวีซ่าเกาหลีที่ยังไม่หมดอายุไม่ต้องขอ K-ETA เพราะ K-ETA ใช้เฉพาะผู้ที่เดินทางเข้าเกาหลีโดยไม่มีวีซ่าเท่านั้น
จังหวะเวลาที่ต้องวางแผน
มหาวิทยาลัยเกาหลีเปิดภาคเรียนปีละสองครั้ง คือเดือนมีนาคมและเดือนกันยายน หนังสือตอบรับมักออกไม่กี่สัปดาห์ก่อนเปิดเทอม ช่วงเวลาจึงแคบกว่าที่หลายคนคาด ควรเผื่อเวลายื่นวีซ่าไว้อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนวันปฐมนิเทศ
มหาวิทยาลัยบางแห่งยื่นขอวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Visa) แทนนักศึกษาผ่าน Korea Visa Portal ได้ ถามฝ่ายนักศึกษาต่างชาติก่อนจองคิวสถานทูต เพราะอาจไม่ต้องไปยื่นเองเลย ส่วนค่าธรรมเนียม เวลาพิจารณา และเอกสารฉบับล่าสุด ให้ตรวจที่ เว็บไซต์สถานทูตเกาหลี ก่อนไปทุกครั้ง เพราะมีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะ
ข้อมูลการเดินทางจากสนามบินอินชอนเข้าเมือง บัตรโดยสาร และแผนที่ย่านมหาวิทยาลัยเป็นภาษาไทย ดูได้ที่ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ภาษาไทย
วีซ่าติดพาสปอร์ตแล้วก็ยังไม่จบ พอเครื่องแตะรันเวย์ นาฬิกาอีกเรือนหนึ่งจะเริ่มเดินทันที
ลงเครื่องปุ๊บ นาฬิกา 90 วันก็เริ่มเดิน
นักศึกษา D-2 ต้องลงทะเบียนคนต่างด้าวและรับบัตร ARC หรือ oegugin deungnokjeung ภายใน 90 วัน นับจากวันเข้าประเทศ และจะถูกลงทะเบียนเข้าประกันสุขภาพแห่งชาติเกาหลีโดยอัตโนมัติ
บัตร ARC คือกุญแจของชีวิตประจำวัน
บัตร ARC ไม่ได้เป็นแค่เอกสารสำหรับตรวจคนเข้าเมือง ในทางปฏิบัติ คุณต้องใช้บัตรนี้เปิดบัญชีธนาคาร สมัครเบอร์โทรศัพท์แบบรายเดือน และยื่นขอใบอนุญาตทำงาน ถ้าไม่มีบัตร ARC ชีวิตในเกาหลีแทบทุกเรื่องจะติดขัด
ขั้นตอนหลักมีดังนี้
- จองคิวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ดูแลเขตที่อยู่ของคุณผ่าน HiKorea
- เตรียมพาสปอร์ต รูปถ่าย หนังสือรับรองการเป็นนักศึกษา และหลักฐานที่อยู่ เช่น สัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองหอพัก
- ไปตามวันนัดเพื่อยื่นเอกสารและชำระค่าธรรมเนียม
- รับบัตรตามช่องทางที่สำนักงานแจ้ง
มหาวิทยาลัยหลายแห่งจัดยื่นแบบกลุ่มให้นักศึกษาใหม่ในสัปดาห์ปฐมนิเทศ ลองถามดูก่อนจองคิวเอง ถ้ายื่นเกินกำหนดจะมีค่าปรับตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ข้อมูลกฎเกณฑ์ฉบับเต็มดูได้ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี
ประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นภาคบังคับ
ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 นักศึกษาต่างชาติต้องเข้าระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (NHIS) สำหรับวีซ่า D-2 ความคุ้มครองเริ่มนับจากวันลงทะเบียนคนต่างด้าว ส่วน D-4 เริ่มหลังอยู่ในเกาหลีครบ 6 เดือน นักศึกษาได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน ตัวเลขต่อเดือนปรับทุกปี ตรวจยอดล่าสุดได้ที่ สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (NHIS)
ประกันเดินทางที่คุณซื้อจากไทยไม่ได้ทำให้คุณพ้นจากการเข้า NHIS และมีอีกเรื่องที่ต้องระวัง ถ้าค้างชำระเบี้ย อาจมีผลต่อการต่ออายุวีซ่าในภายหลัง ตั้งหักบัญชีอัตโนมัติไว้ตั้งแต่เดือนแรกจะปลอดภัยที่สุด
ถ้าพาสปอร์ตหายหรือมีเหตุฉุกเฉินระหว่างเรียน ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ได้โดยตรง
ต่ออายุบัตร ARC ล่าช้า ค่าปรับและเอกสาร
พอมีบัตร ARC แล้ว คุณก็มีสิทธิ์ขอทำพาร์ทไทม์ แต่คำว่า “มีสิทธิ์ขอ” ไม่ได้แปลว่า “เริ่มทำได้เลย”
ทำพาร์ทไทม์ได้ แต่ใบอนุญาตต้องมาก่อนวันทำงานวันแรก
วีซ่า D-2 ไม่ได้ให้สิทธิ์ทำงานโดยอัตโนมัติ คุณต้องขอใบอนุญาตทำงานนอกเวลา หรือ sigan-je chwieop heoga จากตรวจคนเข้าเมืองให้ได้ก่อนเริ่มงาน
นี่คือจุดที่นักศึกษาต่างชาติพลาดกันมากที่สุด ร้านบางแห่งบอกให้เริ่มงานไปก่อนแล้วค่อยทำเอกสาร อย่าเชื่อ เพราะคนที่รับผลเต็มๆ คือคุณ ไม่ใช่นายจ้าง
ขั้นตอนขอใบอนุญาต
- หางานและทำสัญญาจ้างที่ระบุเวลาทำงาน ค่าจ้าง และสถานที่
- นำสัญญาไปให้เจ้าหน้าที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยเซ็นรับรอง มหาวิทยาลัยจะดูผลการเรียนและการเข้าเรียนของคุณประกอบ
- ยื่นคำร้องออนไลน์ผ่าน HiKorea หรือยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- เริ่มงานได้หลังได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น
จำนวนชั่วโมงที่ทำได้ต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดภาค ขึ้นกับระดับการศึกษา ชั้นปี และคะแนน TOPIK ของคุณ โดยจะระบุไว้ในใบอนุญาต ส่วนช่วงปิดภาคเรียนมีเงื่อนไขผ่อนคลายกว่า งานบางประเภท เช่น งานในสถานบันเทิง ห้ามทำโดยเด็ดขาดแม้มีใบอนุญาต
ถ้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต อาจถูกปรับ ถูกเพิกถอนสถานะ หรือถูกสั่งให้ออกนอกประเทศ ทั้งหมดนี้เกิดได้แม้คุณจะเรียนเกือบจบแล้ว คุ้มไหมที่จะเสี่ยงเพื่อรายได้ไม่กี่สัปดาห์?
[IMAGE_PLACEHOLDER_1]
ใบอนุญาตทำพาร์ทไทม์ D-2 ขั้นตอนและงานที่ทำได้
สรุป
วีซ่า D-2 ใช้สำหรับเรียนปริญญา ส่วน D-4 ใช้สำหรับเรียนภาษา และเปลี่ยนจาก D-4 เป็น D-2 ในเกาหลีได้เมื่อได้รับการตอบรับเข้าเรียนแล้ว
ลำดับที่คุณต้องทำมีดังนี้
- ขอหนังสือตอบรับมาตรฐานจากมหาวิทยาลัย และเตรียมหลักฐานการเงิน (ปริญญาตรีในโซลหลายแห่งกำหนดไว้ที่ USD 20,000)
- ยื่นวีซ่าที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนก่อนเปิดภาคเดือนมีนาคมหรือกันยายน
- ทำบัตร ARC ภายใน 90 วันหลังเข้าประเทศ และชำระเบี้ย NHIS ให้ตรงเวลา
- ขอใบอนุญาตทำงานให้ได้ก่อน แล้วจึงเริ่มงานพาร์ทไทม์
สิ่งที่ควรทำวันนี้คือส่งอีเมลถึงฝ่ายนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัย ถามสามเรื่อง ได้แก่ วันออกหนังสือตอบรับ ยอดเงินขั้นต่ำที่ต้องแสดง และมหาวิทยาลัยยื่น e-Visa แทนให้ได้หรือไม่ คำตอบสามข้อนี้จะบอกว่าคุณมีเวลาเหลือเท่าไร
자주 묻는 질문
Qถ้ามีวีซ่า D-2 แล้ว ยังต้องขอ K-ETA อีกไหม?
ไม่ต้อง ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ K-ETA ผู้ถือวีซ่าเกาหลีที่ยังไม่หมดอายุไม่ต้องขอ K-ETA เพราะ K-ETA ใช้เฉพาะการเดินทางเข้าเกาหลีโดยไม่มีวีซ่าเท่านั้น
Qเข้าเกาหลีแบบไม่ต้องขอวีซ่าไปก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็น D-2 ในเกาหลีได้ไหม?
ตามหลักแล้วทำไม่ได้ การเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นสถานะสำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น คนไทยควรยื่นวีซ่า D-2 ที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพฯ หรือผ่านระบบ e-Visa ที่มหาวิทยาลัยยื่นแทน ให้เสร็จก่อนเดินทาง
Qเรียนภาษาด้วยวีซ่า D-4 แล้วเปลี่ยนเป็น D-2 ได้ไหม?
ได้ เมื่อคุณได้รับการตอบรับเข้าหลักสูตรปริญญาแล้ว ให้ยื่นเปลี่ยนสถานะที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเกาหลีระหว่างที่วีซ่า D-4 ยังไม่หมดอายุ โดยไม่ต้องบินกลับไทย
Qนักศึกษา D-2 ต้องเข้าประกันสุขภาพแห่งชาติเกาหลีตั้งแต่เมื่อไร?
ความคุ้มครองของนักศึกษา D-2 เริ่มนับจากวันลงทะเบียนคนต่างด้าว และนักศึกษาได้ส่วนลดเบี้ยประกัน ยอดรายเดือนปรับทุกปี จึงควรตรวจตัวเลขล่าสุดที่เว็บไซต์ NHIS และตั้งหักบัญชีอัตโนมัติไว้เพื่อไม่ให้ค้างชำระ
Qนักศึกษา D-2 ทำพาร์ทไทม์ได้สัปดาห์ละกี่ชั่วโมง?
ขึ้นกับระดับการศึกษา ชั้นปี และคะแนน TOPIK ของคุณ โดยตรวจคนเข้าเมืองจะระบุจำนวนชั่วโมงไว้ในใบอนุญาต ช่วงปิดภาคเรียนเงื่อนไขจะผ่อนคลายกว่า ส่วนการทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตอาจทำให้ถูกเพิกถอนสถานะได้
출처 및 인용
- [1]
ผู้ถือวีซ่าเกาหลีที่ยังไม่หมดอายุไม่ต้องขอ K-ETA
- [2]
การยื่นวีซ่า D-2 สำหรับคนไทยทำที่สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทย พร้อมข้อมูลค่าธรรมเนียมและเอกสารล่าสุด
출처: Embassy of the Republic of Korea in Thailand (Ministry of Foreign Affairs)
- [3]
มหาวิทยาลัยบางแห่งยื่น e-Visa แทนนักศึกษาได้
- [4]
การจองคิวลงทะเบียนคนต่างด้าวและการยื่นขอใบอนุญาตทำงานนอกเวลา
출처: HiKorea
- [5]
ผู้พำนักเกิน 90 วันต้องลงทะเบียนคนต่างด้าวภายใน 90 วันนับจากวันเข้าประเทศ
- [6]
นักศึกษาต่างชาติต้องเข้าประกันสุขภาพแห่งชาติตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021
- [7]
ข้อมูลหลักสูตรและมหาวิทยาลัยสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
- [8]
ตารางสอบและผลสอบ TOPIK
출처: TOPIK
- [9]
ช่องทางติดต่อกรณีฉุกเฉินสำหรับคนไทยในเกาหลี
- [10]
ข้อมูลการเดินทางในเกาหลีเป็นภาษาไทย