วีซ่าดิจิทัลโนแมดเกาหลี F-1-D ทำงานที่โซลได้ 1 ปี
คุณนั่งทำงานผ่านโน้ตบุ๊กอยู่ที่คาเฟ่ในกรุงเทพ แล้วคิดเล่นๆ ว่าถ้าย้ายหน้าจอนี้ไปตั้งที่ร้านกาแฟย่านซองซูดงล่ะ?
เมื่อก่อนความคิดนี้จบแค่วีซ่าท่องเที่ยว 90 วัน แล้วต้องบินกลับ แต่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 เกาหลีเปิดวีซ่าใหม่ที่เรียกว่าวีซ่าดิจิทัลโนแมด หรือ wokeisyeon (워케이션) อย่างเป็นทางการในรหัส F-1-D ซึ่งเปลี่ยนเกมไปเลย
แต่ก่อนจะดีใจไป มีตัวเลขและกับดักที่ต้องรู้ก่อน
วีซ่า F-1-D คืออะไร และทำไมคนไทยถึงควรสนใจ
วีซ่า F-1-D คือวีซ่าประเภท “Workation” ที่รัฐบาลเกาหลีออกให้ชาวต่างชาติที่ทำงานทางไกล (remote work) ให้กับบริษัทที่จดทะเบียนอยู่นอกประเทศเกาหลี ให้เข้ามาพำนักและทำงานในเกาหลีได้อย่างถูกกฎหมาย
พูดง่ายๆ คือคุณทำงานให้บริษัทไทยหรือลูกค้าต่างชาติต่อไปได้ แค่ย้ายโต๊ะทำงานมาอยู่ที่เกาหลี
จุดที่ต่างจากวีซ่าท่องเที่ยว K-ETA คือระยะเวลา วีซ่าท่องเที่ยวให้อยู่แค่ช่วงสั้นๆ แต่ F-1-D คือ one-year renewable stay อยู่ได้ยาว 1 ปีเต็ม แล้วต่ออายุได้อีก 1 ปี รวมเป็น 2 ปี
ข้อมูลทางการอยู่ที่ Hi Korea และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี (Korea Immigration Service) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ออกและต่ออายุวีซ่านี้
แล้วใครสมัครได้บ้าง? ตรงนี้แหละที่คนพลาดกันเยอะ
ประเภทวีซ่าพำนักระยะยาวในเกาหลี
F-1-D visa eligibility ใครมีสิทธิ์บ้าง
คำตอบตรงๆ คือคุณต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป, มีประสบการณ์ทำงานในสายงานเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี และทำงานให้นายจ้างที่อยู่นอกเกาหลี
เงื่อนไข F-1-D visa eligibility หลักๆ มีดังนี้:
| เงื่อนไข | รายละเอียด |
|---|---|
| อายุ | 18 ปีขึ้นไป |
| ลักษณะงาน | ทำงานทางไกลให้บริษัท/ลูกค้าต่างชาติ (นอกเกาหลี) |
| ประสบการณ์ | ทำงานสายเดียวกันอย่างน้อย 1 ปี |
| รายได้ | อย่างน้อย 84,960,000 วอนต่อปี |
| ประกัน | ประกันสุขภาพส่วนบุคคลคุ้มครองขั้นต่ำ 100 ล้านวอน |
| ประวัติ | ไม่มีประวัติอาชญากรรม |
ข้อดีคือ ถ้าคุณเป็นพนักงานประจำที่ทำงานรีโมทได้ หรือเป็นฟรีแลนซ์ที่มีลูกค้าต่างชาติ ก็เข้าข่าย freelancer visa application ได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานบริษัทใหญ่
และข่าวดีสำหรับคนมีครอบครัว คู่สมรสและลูกสามารถขอวีซ่าติดตาม (F-3) เข้ามาอยู่ด้วยกันได้
แต่มีตัวเลขหนึ่งที่กันคนไทยส่วนใหญ่ออกไป นั่นคือเรื่องรายได้
IMAGE_PLACEHOLDER_1
remote work income proof ต้องพิสูจน์รายได้เท่าไหร่
นี่คือด่านที่หินที่สุด คุณต้องพิสูจน์ว่ามีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 84,960,000 วอน ซึ่งคิดเป็นเงินไทยราว 2.2 ล้านบาทต่อปี หรือเดือนละประมาณ 180,000 บาท
ตัวเลขนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่อิงจากประมาณ 2 เท่าของรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI) ของเกาหลี
“ผู้สมัครวีซ่าเวิร์คเคชันต้องแสดงหลักฐานรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่าสองเท่าของ GNI ต่อหัวของเกาหลีในปีก่อนหน้า” - แนวปฏิบัติจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี
remote work income proof ที่ยอมรับได้ ได้แก่ สลิปเงินเดือนย้อนหลัง, หนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้าง, สัญญาจ้างงาน และ statement บัญชีธนาคาร
สำหรับฟรีแลนซ์ คุณต้องรวบรวมสัญญาจ้างจากลูกค้าหลายรายเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงว่ารายได้รวมทั้งปีถึงเกณฑ์
จำไว้ว่าเอกสารทุกอย่างต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเกาหลี และผ่านการรับรอง คุณสามารถตรวจสอบขั้นตอนการรับรองเอกสารได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล
แล้วพอมีเงินถึงเกณฑ์ ขั้นตอนสมัครจริงเป็นยังไง?
วิธีรับรองเอกสารสมัครวีซ่าเกาหลี
Korea workation permit ขั้นตอนสมัครทีละสเต็ป
คำตอบสั้นๆ คือคุณต้องยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตเกาหลีในไทย “ก่อน” เดินทาง ไม่สามารถเข้ามาแบบท่องเที่ยวแล้วเปลี่ยนเป็น Korea workation permit ในภายหลังได้
ขั้นตอนหลักมีดังนี้:
- เตรียมเอกสาร - พาสปอร์ต, รูปถ่าย, หลักฐานรายได้, หนังสือรับรองการทำงาน, กรมธรรม์ประกันสุขภาพ 100 ล้านวอน และหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรม
- กรอกใบสมัครวีซ่า - ดาวน์โหลดแบบฟอร์มและตรวจสอบรายการเอกสารล่าสุดที่ กระทรวงการต่างประเทศเกาหลี
- ยื่นที่สถานทูตเกาหลีในไทย - นัดหมายและยื่นเอกสารด้วยตนเอง
- รอผลพิจารณา - โดยทั่วไปใช้เวลาหลายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร
- รับวีซ่าและเดินทาง - เมื่อถึงเกาหลีแล้ว ต้องไปลงทะเบียนเป็นชาวต่างชาติ (Alien Registration Card) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายใน 90 วัน
ระหว่างวางแผน อย่าลืมเช็กข้อมูลการเดินทางและที่พักจาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี เพื่อประเมินค่าครองชีพล่วงหน้า
และถึงคุณจะถือวีซ่า F-1-D แล้ว การเข้าประเทศครั้งแรกก็ยังต้องเข้าใจระบบ K-ETA ให้ชัดด้วย
ค่าใช้จ่ายจริงและกับดักที่คนไทยเจอบ่อย
หลายคนคิดว่าจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมวีซ่าก็จบ ความจริงไม่ใช่แบบนั้น
กับดักที่ 1 คือ ประกันสุขภาพ คุณต้องซื้อประกันที่คุ้มครองการรักษาพยาบาลในเกาหลีถึง 100 ล้านวอน ซึ่งเบี้ยประกันรายปีอาจสูงหลายหมื่นบาท และวีซ่าดิจิทัลโนแมดไม่ได้ให้สิทธิ์เข้าระบบประกันสุขภาพแห่งชาติเกาหลีโดยอัตโนมัติ
กับดักที่ 2 คือ การทำงานให้บริษัทเกาหลีไม่ได้ วีซ่านี้อนุญาตให้ทำงานให้นายจ้างนอกเกาหลีเท่านั้น ถ้าคุณรับงานจากบริษัทเกาหลี ถือว่าผิดเงื่อนไขวีซ่าทันที
กับดักที่ 3 คือ ภาษี ถ้าคุณพำนักในเกาหลีเกิน 183 วัน คุณอาจกลายเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี (tax resident) ซึ่งมีภาระต้องยื่นภาษีในเกาหลี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนอยู่ยาว
ลองประมาณค่าครองชีพต่อเดือนคร่าวๆ ที่โซล: ค่าเช่าห้องสตูดิโอย่านนอกใจกลางเมืองราว 500,000 ถึง 800,000 วอน, ค่าอาหารและเดินทางอีกราว 700,000 วอน รวมแล้วคุณควรมีเงินสำรองต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านวอน หรือราว 39,000 บาท
คุณพร้อมจ่ายส่วนที่มองไม่เห็นเหล่านี้แล้วหรือยัง?
สรุป ตัวเลขสำคัญที่ต้องจำ
วีซ่าดิจิทัลโนแมดเกาหลี F-1-D เปิดประตูให้คนไทยทำงานรีโมทในเกาหลีได้อย่างถูกกฎหมาย นาน 1 ปี ต่อได้อีก 1 ปี รวมสูงสุด 2 ปี
สิ่งที่ต้องพร้อมก่อนยื่น: รายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 84,960,000 วอน (ราว 2.2 ล้านบาท), ประกันสุขภาพคุ้มครอง 100 ล้านวอน, ประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 1 ปี และเอกสารพิสูจน์รายได้ที่แปลรับรองเรียบร้อย
อย่าลืมว่าคุณต้องยื่นวีซ่าก่อนเดินทาง และทำงานให้บริษัทนอกเกาหลีเท่านั้น
ขั้นตอนต่อไปที่ควรทำวันนี้: รวบรวมสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 12 เดือน แล้วเข้าไปตรวจรายการเอกสารล่าสุดที่ Hi Korea ก่อนนัดหมายสถานทูต
자주 묻는 질문
Qคนไทยที่เป็นฟรีแลนซ์สมัครวีซ่า F-1-D ได้ไหม?
ได้ ถ้าคุณทำงานให้ลูกค้าหรือบริษัทที่อยู่นอกเกาหลีและมีรายได้ต่อปีถึงเกณฑ์ 84,960,000 วอน โดยต้องรวบรวมสัญญาจ้างจากลูกค้าหลายรายเป็นหลักฐานรายได้ ถือเป็น freelancer visa application ที่ยอมรับได้ตามเงื่อนไข
Qต้องมีรายได้ต่อปีเท่าไหร่ถึงจะผ่านเกณฑ์?
รายได้ขั้นต่ำต่อปีคือ 84,960,000 วอน หรือราว 2.2 ล้านบาท ซึ่งอิงจากประมาณสองเท่าของ GNI ต่อหัวของเกาหลี คุณต้องเตรียม remote work income proof เช่น สลิปเงินเดือน สัญญาจ้าง และ statement ธนาคารเพื่อยืนยัน
Qวีซ่านี้พาครอบครัวมาด้วยได้ไหม?
ได้ คู่สมรสและบุตรสามารถขอวีซ่าติดตาม (F-3) เข้ามาพำนักในเกาหลีพร้อมกับผู้ถือวีซ่า F-1-D ได้ แต่สมาชิกครอบครัวจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในเกาหลี
Qอยู่ได้นานแค่ไหน และต่ออายุได้กี่ครั้ง?
วีซ่าให้พำนักได้ 1 ปีในครั้งแรก และสามารถต่ออายุได้อีก 1 ปี รวมสูงสุด 2 ปี เป็นลักษณะ one-year renewable stay โดยยื่นต่ออายุที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีก่อนวีซ่าหมดอายุ
Qทำงานให้บริษัทเกาหลีระหว่างถือวีซ่านี้ได้ไหม?
ไม่ได้ Korea workation permit อนุญาตให้ทำงานให้นายจ้างที่อยู่นอกเกาหลีเท่านั้น หากรับงานหรือจ้างงานจากบริษัทในเกาหลีจะถือว่าผิดเงื่อนไขวีซ่าและอาจถูกยกเลิกสถานะ
출처 및 인용
- [1]
วีซ่า F-1-D (Workation) ออกและต่ออายุโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี ให้พำนัก 1 ปี ต่อได้อีก 1 ปี
- [2]
ผู้สมัครต้องมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่าประมาณสองเท่าของ GNI ต่อหัวของเกาหลี ราว 84,960,000 วอน
- [3]
รายการเอกสารและแบบฟอร์มขอวีซ่าตรวจสอบได้ที่กระทรวงการต่างประเทศเกาหลี
- [4]
ข้อมูลการเดินทาง ค่าครองชีพ และที่พักในเกาหลีสำหรับนักท่องเที่ยว
- [5]
การรับรองและแปลเอกสารสำหรับคนไทยที่จะสมัครวีซ่าเกาหลี
- [6]
ข้อมูลระบบ K-ETA สำหรับผู้เดินทางเข้าเกาหลี
출처: K-ETA Official