วีซ่าเยี่ยมครอบครัวเกาหลี ต้องเตรียมอะไรบ้าง
คุณกำลังนั่งดูตั๋วเครื่องบินไปอินชอนที่จองไว้แล้ว แต่ยังไม่กล้ากดยืนยัน
เพราะลูกสาวที่แต่งงานกับคนเกาหลีบอกว่า “แม่มาอยู่ด้วยกันเลยหลายเดือน” ส่วนเพื่อนอีกคนบอกว่า “ไปแบบ K-ETA ก็ได้ ไม่ต้องขอวีซ่า” ทั้งสองคำตอบไม่ผิดทั้งหมด แต่ก็ไม่ถูกทั้งหมดเช่นกัน และความต่างระหว่างสองทางนี้คือความต่างระหว่าง 90 วันกับหนึ่งปี
K-ETA พาคุณไปได้ไกลแค่ไหน ก่อนที่คำว่า “ครอบครัว” จะเริ่มมีความหมาย
คำตอบตรง ๆ คือ K-ETA พาคุณเข้าเกาหลีได้ แต่พาคุณ อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน และไม่ให้สิทธิใด ๆ ในฐานะสมาชิกครอบครัว
คนไทยถือหนังสือเดินทางธรรมดาเข้าเกาหลีได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ภายใต้ข้อตกลงยกเว้นวีซ่า และต้องลงทะเบียน K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) ก่อนขึ้นเครื่อง ตามระบบของ K-ETA การอนุญาตนี้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติระยะสั้น และธุรกิจติดต่อ
ปัญหาอยู่ที่คำว่า “ระยะสั้น”
ถ้าคุณตั้งใจไปช่วยลูกเลี้ยงหลานสองสามเดือน แล้วกลับ K-ETA ก็เพียงพอ แต่ถ้าคุณคิดจะอยู่ยาว ทำเรื่องบัตรต่างด้าว เปิดบัญชีธนาคาร หรือเข้าระบบประกันสุขภาพ คุณต้องมีสถานะพำนัก และสถานะที่ว่านั้นชื่อ F-1
ตามข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี ชาวต่างชาติที่พำนักเกิน 90 วันต้องลงทะเบียนคนต่างด้าวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่พักอาศัย
นั่นแปลว่าเส้นแบ่ง 90 วันไม่ใช่แค่ตัวเลขบนตราประทับ มันคือเส้นที่ระบบราชการเกาหลีเริ่มมองคุณเป็นผู้พำนัก ไม่ใช่นักท่องเที่ยว และเส้นนี้เองที่ตัดสินว่าคุณต้องเตรียมเอกสารกองไหน
F-1 คือวีซ่าอะไรกันแน่ และทำไมมันถึงมีหลายเบอร์ต่อท้าย
คำตอบตรง ๆ คือ F-1 คือกลุ่มวีซ่า “เยี่ยมและอยู่ร่วมกับครอบครัว” (Visiting and Joining Family) ที่แตกย่อยเป็นรหัสหลังจุด เช่น F-1-1, F-1-5, F-1-9 ตามความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผู้ค้ำ
ระบบวีซ่าเกาหลีบริหารโดยกระทรวงยุติธรรม ผ่าน Korea Immigration Service และข้อมูลประเภทวีซ่าเผยแพร่บนพอร์ทัล HiKorea จุดที่คนไทยสับสนบ่อยคือคิดว่า “วีซ่าเยี่ยมญาติ” มีแบบเดียว ความจริงคือเจ้าหน้าที่จะจัดรหัสย่อยให้คุณตามว่าใครเป็นผู้ค้ำ
| กรณีที่พบบ่อยของคนไทย | ความสัมพันธ์ | ทิศทางที่มักได้ |
|---|---|---|
| พ่อแม่ไปอยู่กับลูกที่แต่งงานกับคนเกาหลี | บุพการีของผู้ถือ F-6 | กลุ่ม F-1 |
| ลูกติดของคู่สมรสชาวไทยในเกาหลี | บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ | กลุ่ม F-1 |
| ครอบครัวของผู้ถือวีซ่าทำงาน E-7 หรือ E-2 | คู่สมรสหรือบุตร | มักเป็น F-3 ไม่ใช่ F-1 |
| คู่สมรสชาวไทยของคนเกาหลี | สามีภรรยาตามกฎหมาย | F-6 ไม่ใช่ F-1 |
สังเกตสองแถวล่างให้ดี ถ้าคุณเป็นคู่สมรส คุณไม่ได้อยู่ในบทความนี้ คุณอยู่ในเส้นทาง F-6 ซึ่งมีเงื่อนไขรายได้และการสัมภาษณ์ที่เข้มกว่ามาก และถ้าคุณเป็นครอบครัวของคนที่มาทำงาน ปลายทางคือ F-3
การยื่นผิดรหัสไม่ได้ทำให้ถูกปฏิเสธเสมอไป แต่ทำให้เสียเวลารอบใหม่อีกอย่างน้อยสองสัปดาห์ และนั่นยังไม่ใช่กับดักที่แพงที่สุด
IMAGE_PLACEHOLDER_1
กับดักที่แพงที่สุดไม่ได้อยู่ฝั่งคุณ แต่อยู่ฝั่งผู้ค้ำในเกาหลี
คำตอบตรง ๆ คือ F-1 visa sponsorship requirements วางน้ำหนักไว้ที่ผู้ค้ำเกือบทั้งหมด คุณเตรียมพาสปอร์ตกับรูปถ่ายเสร็จใน 1 วัน แต่ผู้ค้ำอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์
ผู้ค้ำคือคนในเกาหลีที่รับรองว่าจะดูแลค่าใช้จ่ายและที่พักของคุณ อาจเป็นพลเมืองเกาหลี หรือชาวต่างชาติที่มีสถานะพำนักถูกต้อง เอกสารที่ฝั่งเกาหลีต้องออกมีสามกอง
กองที่หนึ่ง เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ นี่คือ certificate of family relation Korea หรือ gajok gwangye jeungmyeongseo ออกโดยศาลครอบครัวผ่านระบบทะเบียนราษฎร ถ้าผู้ค้ำเป็นคนเกาหลี ขอออนไลน์ได้ในไม่กี่นาที แต่ถ้าผู้ค้ำเป็นคนไทยที่ถือ F-6 ในเกาหลี ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขาจะไม่ปรากฏในทะเบียนเกาหลี คุณต้องใช้เอกสารไทย เช่น สูติบัตรและทะเบียนบ้าน แปลเป็นภาษาเกาหลีหรืออังกฤษ และผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ตามขั้นตอนของ กรมการกงสุล
กองที่สอง หลักฐานที่พัก สัญญาเช่าหรือทะเบียนบ้านเกาหลี ระบุว่าคุณจะพักที่ไหน
กองที่สาม sponsor income proof documents ส่วนนี้เข้มที่สุด โดยทั่วไปสถานทูตจะขอหนังสือรับรองการทำงาน หนังสือรับรองการเสียภาษีเงินได้ และสมุดบัญชีหรือ statement ย้อนหลัง เอกสารภาษีออกได้จากระบบ Hometax ของ National Tax Service จุดที่ต้องระวังคือ เอกสารรายได้ต้องแสดงรายได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่ยอดเงินก้อนที่เพิ่งโอนเข้าบัญชีก่อนยื่นหนึ่งสัปดาห์ เจ้าหน้าที่อ่านออก
คำถามคือ เมื่อเอกสารทั้งสามกองพร้อมแล้ว คุณจะเอาไปยื่นที่ไหน และเมื่อไร
เอกสารรับรองความสัมพันธ์ครอบครัวเกาหลี ขอที่ไหน
จองคิวสถานทูตในกรุงเทพฯ คือขั้นตอนที่คนไทยพลาดมากที่สุด
คำตอบตรง ๆ คือ Korean embassy Thailand appointment ต้องจองล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ และช่วงพีคคิวเต็มไปข้างหน้าหลายสัปดาห์ ไม่ใช่หลายวัน
สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ถนนเทียมร่วมมิตร รัชดาภิเษก และรับยื่นวีซ่าตามระบบนัดหมาย ข้อมูลประกาศอยู่บนเว็บไซต์ สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทย ส่วนการยื่นคำร้องและตรวจสอบประเภทวีซ่าดูได้ที่พอร์ทัลกลาง Korea Visa Portal
ลำดับที่ใช้ได้จริงมีสี่ขั้น
- เช็กประเภทวีซ่าก่อนจอง เข้า Korea Visa Portal ยืนยันว่าเคสของคุณคือ F-1 จริง ไม่ใช่ F-3 หรือ F-6 การจองผิดประเภททำให้ถูกปฏิเสธที่เคาน์เตอร์โดยไม่ได้ยื่นเลย
- จองคิวออนไลน์ เลือกวันที่ห่างจากวันนี้อย่างน้อย 3 สัปดาห์ เผื่อเวลาให้ผู้ค้ำส่งเอกสารจากเกาหลีมาถึงไทย
- จัดกองเอกสารตามลำดับแบบฟอร์ม ใบคำร้องขอวีซ่า รูปถ่ายพื้นหลังขาว พาสปอร์ตอายุเหลือเกิน 6 เดือน เอกสารผู้ค้ำทั้งสามกอง และหลักฐานการเงินฝั่งคุณเอง
- ยื่นด้วยตนเองและเก็บใบรับ ใบรับคือหลักฐานเดียวที่ใช้ติดตามสถานะ
ค่าธรรมเนียมตามประกาศของสถานทูต วีซ่าพำนักระยะสั้นครั้งเดียวอยู่ที่ราว 1,300 บาท และวีซ่าพำนักระยะยาวเกิน 90 วันอยู่ที่ราว 1,900 บาท ชำระเป็นเงินสดสกุลบาทที่เคาน์เตอร์ ระยะเวลาพิจารณามาตรฐานคือ 10 วันทำการ แต่ตัวเลขนี้เริ่มนับเมื่อเอกสารครบเท่านั้น ถ้าเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่ม นาฬิกาจะรีเซ็ต
ยื่นผ่านแล้วเรื่องยังไม่จบ เพราะวันหมดอายุที่ปรากฏบนวีซ่ากับวันที่คุณต้องออกจากเกาหลีเป็นคนละวันกัน
เข้าเกาหลีแล้วนาฬิกาเรือนใหม่เริ่มเดินทันที
คำตอบตรง ๆ คือ วีซ่าบอกว่าคุณ “เข้า” ได้ถึงเมื่อไร ส่วนตราประทับขาเข้าบอกว่าคุณ “อยู่” ได้ถึงเมื่อไร และ sojourn period extension คือสิ่งที่ต่ออายุอย่างหลัง ไม่ใช่อย่างแรก
ถ้าคุณได้รับอนุญาตพำนักเกิน 90 วัน คุณต้องลงทะเบียนคนต่างด้าวและรับบัตร Alien Registration Card ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่พัก การนัดหมายและยื่นคำร้องต่ออายุทำผ่านระบบ HiKorea ซึ่งเป็นพอร์ทัลบริการชาวต่างชาติของรัฐบาลเกาหลี
สามตัวเลขที่ควรจำ
- ต้องยื่นคำร้องต่ออายุ ก่อนวันหมดอายุการพำนัก ไม่ใช่หลัง การอยู่เกินแม้วันเดียวถือเป็นการพำนักเกินกำหนดและมีค่าปรับ
- ต้องแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ภายใน 14 วัน นับจากย้าย
- คิวออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเขตกรุงโซลมักเต็มล่วงหน้า จองทันทีที่ระบบเปิดให้จอง อย่ารอจนใกล้หมดอายุ
สิ่งที่ F-1 ไม่ให้คือสิทธิทำงาน ถ้าคุณต้องการทำงานระหว่างพำนัก ต้องขออนุญาตกิจกรรมนอกเหนือสถานะพำนักแยกต่างหาก การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทบทั้งตัวคุณและผู้ค้ำ
แล้วเรื่องเงินล่ะ ค่าใช้จ่ายจริงจบที่ค่าธรรมเนียมวีซ่าหรือเปล่า
ต่ออายุวีซ่าเกาหลี วิธีจองคิวตรวจคนเข้าเมือง
ค่าใช้จ่ายจริงที่ควรกันไว้ ก่อนกดจองตั๋ว
คำตอบตรง ๆ คือ ค่าธรรมเนียมวีซ่าเป็นก้อนที่เล็กที่สุดในบิลทั้งหมด ก้อนใหญ่คือค่าแปลเอกสาร ค่ารับรองนิติกรณ์ และค่าเดินทางไปกรุงเทพฯ ของคนต่างจังหวัด
| รายการ | ช่วงราคาโดยประมาณ (บาท) |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียมวีซ่าระยะสั้น | 1,300 |
| ค่าธรรมเนียมวีซ่าระยะยาวเกิน 90 วัน | 1,900 |
| ค่ารับรองนิติกรณ์เอกสารที่กรมการกงสุล | 400 ต่อฉบับ (บริการปกติ) |
| ค่าแปลเอกสารรับรอง | 500 ถึง 1,500 ต่อฉบับ |
| ค่าเดินทางและที่พักสำหรับผู้ยื่นต่างจังหวัด | 2,000 ขึ้นไป |
ตัวเลขค่าธรรมเนียมและค่ารับรองอ้างอิงประกาศของหน่วยงาน โปรดยืนยันอัตราล่าสุดกับ กรมการกงสุล และสถานทูตก่อนเดินทางไปยื่น เพราะอัตราปรับตามอัตราแลกเปลี่ยนได้
สำหรับข้อมูลการเดินทาง ที่พัก และการใช้ชีวิตในเกาหลีระหว่างเยี่ยมครอบครัว องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีเผยแพร่ข้อมูลภาษาไทยไว้ที่ Korea Tourism Organization และหากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างพำนัก เช่น เอกสารสูญหายหรือปัญหาทางกฎหมาย ให้ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ซึ่งดูแลคนไทยในเกาหลีโดยตรง
ควรกันงบรวมไว้ราว 5,000 ถึง 8,000 บาทสำหรับกระบวนการเอกสารทั้งหมด แยกจากค่าตั๋วเครื่องบิน
สรุป
วีซ่าเยี่ยมครอบครัวเกาหลีสำหรับคนไทยคือกลุ่ม F-1 ไม่ใช่ K-ETA และไม่ใช่ F-6 ของคู่สมรส
ถ้าคุณจะอยู่ไม่เกิน 90 วัน ลงทะเบียน K-ETA แล้วบินได้เลย ถ้าเกินกว่านั้น ให้เริ่มจากฝั่งผู้ค้ำในเกาหลีก่อนเสมอ เพราะเอกสารรับรองความสัมพันธ์และหลักฐานรายได้ใช้เวลานานที่สุด
จองคิวสถานทูตล่วงหน้าอย่างน้อย 3 สัปดาห์ เตรียมค่าธรรมเนียม 1,300 บาท สำหรับระยะสั้นหรือ 1,900 บาท สำหรับระยะยาว และเผื่อเวลาพิจารณา 10 วันทำการนับจากวันที่เอกสารครบ
เมื่อถึงเกาหลีแล้ว ทำสองอย่างในสัปดาห์แรก ลงทะเบียนคนต่างด้าวถ้าอยู่เกิน 90 วัน และจดวันหมดอายุการพำนักไว้ในปฏิทินโทรศัพท์ พร้อมตั้งเตือนล่วงหน้า 1 เดือนสำหรับการต่ออายุผ่าน HiKorea
งบเอกสารทั้งหมดกันไว้ 5,000 ถึง 8,000 บาท แล้วค่อยกดยืนยันตั๋วใบนั้น
자주 묻는 질문
Qพ่อแม่คนไทยไปเยี่ยมลูกที่แต่งงานกับคนเกาหลี ต้องขอวีซ่า F-1 ไหม
ถ้าอยู่ไม่เกิน 90 วัน ใช้ K-ETA ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ถ้าตั้งใจอยู่ยาวกว่านั้น ต้องยื่นขอวีซ่ากลุ่ม F-1 ที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพฯ โดยมีลูกหรือบุตรเขยบุตรสะใภ้เป็นผู้ค้ำ ผู้ค้ำต้องยื่นเอกสารรับรองความสัมพันธ์และหลักฐานรายได้ประกอบ
Qผู้ค้ำเป็นคนไทยที่ถือวีซ่า F-6 ในเกาหลี ยื่นเอกสารความสัมพันธ์อย่างไร
ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผู้ค้ำที่เป็นคนไทยจะไม่ปรากฏในระบบทะเบียนราษฎรเกาหลี จึงต้องใช้เอกสารไทยแทน เช่น สูติบัตรและทะเบียนบ้าน แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเกาหลี แล้วผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนนำไปยื่นพร้อมคำร้อง
Qวีซ่าเยี่ยมครอบครัวเกาหลีใช้เวลาพิจารณากี่วัน
ระยะเวลาพิจารณามาตรฐานคือ 10 วันทำการ นับจากวันที่เอกสารครบถ้วน ไม่ใช่นับจากวันที่จองคิว หากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่มเติม ระยะเวลาจะเริ่มนับใหม่ จึงควรเผื่อเวลารวมอย่างน้อย 4 ถึง 6 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง
Qถืออยู่แล้วอยากอยู่ต่อ ต้องทำอย่างไร
ต้องยื่นคำร้องขอต่ออายุระยะเวลาพำนักก่อนวันหมดอายุที่ระบุบนบัตรคนต่างด้าว โดยจองคิวและยื่นผ่านระบบ HiKorea ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่พักอาศัย การอยู่เกินกำหนดแม้เพียงวันเดียวถือเป็นการพำนักเกินและมีค่าปรับ ควรจองคิวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน
Qถือวีซ่า F-1 ทำงานพาร์ทไทม์ในเกาหลีได้ไหม
วีซ่ากลุ่ม F-1 ไม่ให้สิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ หากต้องการทำงาน ต้องยื่นขออนุญาตกิจกรรมนอกเหนือสถานะพำนักที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อน การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตส่งผลต่อการต่ออายุในอนาคตและกระทบถึงผู้ค้ำด้วย
출처 및 인용
- [1]
คนไทยต้องลงทะเบียน K-ETA ก่อนเดินทางเข้าเกาหลีภายใต้ข้อตกลงยกเว้นวีซ่า และพำนักได้ไม่เกิน 90 วัน
- [2]
ชาวต่างชาติที่พำนักเกิน 90 วันต้องลงทะเบียนคนต่างด้าว และยื่นคำร้องต่ออายุระยะเวลาพำนักก่อนวันหมดอายุ
- [3]
ประเภทวีซ่า F-1 จัดอยู่ในกลุ่มเยี่ยมและอยู่ร่วมกับครอบครัว บริหารโดยกระทรวงยุติธรรมเกาหลี
- [4]
การตรวจสอบประเภทวีซ่าและการยื่นคำร้องทำผ่านพอร์ทัลวีซ่ากลางของรัฐบาลเกาหลี
- [5]
ข้อมูลค่าธรรมเนียมวีซ่าและระบบนัดหมายยื่นคำร้องประกาศบนเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย
- [6]
หนังสือรับรองการเสียภาษีเงินได้ของผู้ค้ำออกได้ผ่านระบบ Hometax
- [7]
เอกสารราชการไทยต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ก่อนใช้ในต่างประเทศ
- [8]
ข้อมูลการเดินทางและท่องเที่ยวเกาหลีภาษาไทยเผยแพร่โดยองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี
- [9]
คนไทยในเกาหลีติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล