The Koreafy

วีซ่า Multiple Entry เกาหลี คนไทยต้องขอจริงไหม

3분 읽기

คนไทยเข้าเกาหลีได้ 90 วันอยู่แล้ว แล้วจะขอ Multiple Entry ไปทำไม

คำตอบตรง ๆ คือ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องขอ ประเทศไทยกับสาธารณรัฐเกาหลีมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างกัน ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจึงเดินทางเข้าเกาหลีเพื่อท่องเที่ยวได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตเลย

สิ่งที่ต้องมีแทนคือ K-ETA

K-ETA ย่อมาจาก Korea Electronic Travel Authorization เป็นระบบขออนุญาตเดินทางล่วงหน้าทางออนไลน์ ยื่นได้ที่เว็บไซต์ทางการ k-eta.go.kr เมื่ออนุมัติแล้วจะมีอายุ 3 ปี และใช้เดินทางเข้าออกได้หลายครั้งตลอดช่วงเวลานั้น พูดอีกอย่างคือ K-ETA ทำหน้าที่เหมือนบัตรผ่านแบบ multiple entry ให้คุณอยู่แล้ว

“ผู้ถือสัญชาติของประเทศที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา จะต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนขึ้นเครื่องบินเดินทางเข้าสาธารณรัฐเกาหลี”

ข้อควรรู้ที่คนไทยพลาดบ่อย คือเกาหลีเคยประกาศยกเว้น K-ETA ชั่วคราวให้บางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ และกลุ่มยุโรป แต่ ไทยไม่อยู่ในรายชื่อนั้น ดังนั้นอย่าเชื่อโพสต์ที่บอกว่า “ไม่ต้องทำ K-ETA แล้ว” ให้เช็กสถานะปัจจุบันจากเว็บทางการก่อนทุกครั้ง

แล้วถ้า K-ETA ไม่ผ่านล่ะ ตรงนั้นแหละที่วีซ่าเข้ามามีบทบาท

IMAGE_PLACEHOLDER_1

สี่กลุ่มที่ต้องยื่นวีซ่า C-3-9 จริง ๆ ไม่ใช่ทุกคน

วีซ่า C-3-9 คือวีซ่าประเภทพำนักระยะสั้นเพื่อการท่องเที่ยวทั่วไป (일반관광) สำหรับคนไทย เงื่อนไข C-3-9 visa eligibility จะเข้าข่ายก็ต่อเมื่อคุณอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งต่อไปนี้

1. K-ETA ของคุณถูกปฏิเสธ ระบบไม่บอกเหตุผล และยื่นซ้ำแบบเดิมก็มักได้ผลเดิม ทางออกคือยื่นวีซ่าที่สถานทูตแทน ซึ่งเป็นการพิจารณาโดยเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติ

2. คุณเคยถูกปฏิเสธเข้าเมืองที่สนามบินอินชอน หรือเคยอยู่เกินกำหนด ประวัติแบบนี้ถูกบันทึกไว้ในระบบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี (chulipguk, 출입국) การถือวีซ่าที่ผ่านการตรวจเอกสารมาแล้วช่วยลดความเสี่ยงตอนผ่านด่าน

3. วัตถุประสงค์ของคุณเกินขอบเขตการท่องเที่ยว เช่น เข้าประชุมธุรกิจ ออกบูธงานแฟร์ หรือเซ็นสัญญา กรณีนี้ควรดูประเภท C-3-4 ซึ่งเป็นวีซ่าธุรกิจระยะสั้น ไม่ใช่ C-3-9

4. คุณเดินทางเข้าเกาหลีบ่อยมากในรอบปี กลุ่มนี้คือที่คนเรียกกันว่า frequent visitor visa Korea เพราะประวัติการเข้าออกที่สะอาดและถี่เป็นปัจจัยบวกในการพิจารณาให้วีซ่าแบบ boksu sajeung (복수사증) หรือวีซ่าเข้าออกหลายครั้ง แทนที่จะได้แบบเข้าครั้งเดียว

ข้อมูลประเภทวีซ่าทั้งหมดอยู่ในพอร์ทัลวีซ่าทางการที่ visa.go.kr ส่วนระเบียบการพำนักและการรายงานตัวดูได้ที่ hikorea.go.kr

เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองต้องยื่น คำถามต่อไปคือเอกสาร และมีอยู่ใบหนึ่งที่ทำให้คนไทยถูกปฏิเสธมากที่สุด

เอกสารใบที่ทำให้คนไทยถูกปฏิเสธมากที่สุดคือหลักฐานการเงิน

คำตอบตรง ๆ คือ สเตทเมนต์บัญชีธนาคารและหลักฐานการทำงาน สองใบนี้คือหัวใจ เพราะสิ่งที่กงสุลต้องการมั่นใจมีเรื่องเดียว คือคุณจะกลับประเทศไทยตามกำหนด

รายการเอกสารมาตรฐาน หรือที่หลายคนค้นกันว่า multiple entry visa documents checklist ประกอบด้วย

เอกสารรายละเอียดที่ต้องระวัง
หนังสือเดินทางตัวจริงอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน และมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า
แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าดาวน์โหลดฉบับล่าสุดจาก visa.go.kr กรอกเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
รูปถ่ายสีขนาด 3.5 x 4.5 ซม. พื้นหลังขาว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านแปลเป็นภาษาอังกฤษ
หนังสือรับรองการทำงานระบุตำแหน่ง เงินเดือน อายุงาน และวันลา ออกไม่เกิน 1 เดือน
สเตทเมนต์ย้อนหลัง 6 เดือนตัวจริงจากธนาคาร มีตราประทับ ไม่ใช่ภาพหน้าจอแอป
ใบจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับต้องมีวันกลับชัดเจน
ใบจองที่พักและแผนการเดินทางระบุที่อยู่โรงแรมครบทุกคืน

จุดที่พลาดกันบ่อย คือยอดเงินก้อนใหญ่ที่เพิ่งโอนเข้าบัญชีก่อนยื่นไม่กี่วัน กงสุลมองออกทันที สเตทเมนต์ที่ดีคือบัญชีที่มีเงินเข้าออกสม่ำเสมอตลอด 6 เดือน ไม่ใช่บัญชีที่โป่งขึ้นมาวันเดียว

ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการ ให้ใช้หนังสือรับรองบริษัทและ ภ.พ.30 แทนหนังสือรับรองการทำงาน ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษา ใช้หนังสือรับรองสถานภาพนักศึกษาบวกหลักฐานการเงินของผู้ปกครองพร้อมเอกสารยืนยันความสัมพันธ์

วีซ่าเกาหลี C-3 แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร

เตรียมครบแล้วยื่นที่ไหน และต้องรอนานแค่ไหน

ยื่นที่กรุงเทพฯ ใช้เวลากี่วัน และเสียเท่าไรเป็นเงินบาท

คำตอบตรง ๆ คือ ยื่นผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเกาหลีในกรุงเทพฯ และควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง

ขั้นตอน how to apply multiple entry visa Korea สำหรับผู้ยื่นในประเทศไทยเรียงตามนี้

ขั้นที่ 1 เข้าเว็บสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยที่ overseas.mofa.go.kr เพื่อดูช่องทางรับคำร้องปัจจุบัน ว่ายื่นที่สถานทูตโดยตรงหรือผ่านศูนย์รับคำร้อง เพราะช่องทางนี้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ

ขั้นที่ 2 จองคิวออนไลน์ล่วงหน้า ช่วงปิดเทอมและเทศกาลคิวเต็มเร็วมาก

ขั้นที่ 3 ยื่นเอกสารด้วยตัวเองพร้อมสแกนลายนิ้วมือ ผู้ยื่นอายุต่ำกว่า 17 ปีมีเงื่อนไขต่างออกไป

ขั้นที่ 4 ชำระค่าธรรมเนียม ตามตารางค่าธรรมเนียมกงสุลของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลี (mofa.go.kr) อัตรามาตรฐานคือ

ประเภทค่าธรรมเนียมคิดเป็นเงินบาทที่ 35 บาทต่อดอลลาร์
เข้าครั้งเดียว พำนักไม่เกิน 90 วัน40 ดอลลาร์สหรัฐราว 1,400 บาท
เข้าครั้งเดียว พำนักเกิน 90 วัน60 ดอลลาร์สหรัฐราว 2,100 บาท
เข้าสองครั้ง70 ดอลลาร์สหรัฐราว 2,450 บาท
เข้าออกหลายครั้ง (multiple)90 ดอลลาร์สหรัฐราว 3,150 บาท

ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าบริการของศูนย์รับคำร้อง และสถานทูตเรียกเก็บเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ประกาศ ให้ยืนยันยอดจริงกับสถานทูตก่อนไปยื่น

ขั้นที่ 5 รอผล เรื่อง Korea visa processing time Bangkok มาตรฐานขั้นต่ำของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีคือ 5 วันทำการ แต่ในทางปฏิบัติช่วงไฮซีซัน เช่น เดือนตุลาคมถึงธันวาคม และช่วงซากุระบานเดือนเมษายน คิวยาวกว่านั้นมาก เผื่อเวลาไว้ 15 วันทำการ จะปลอดภัยที่สุด และห้ามซื้อตั๋วแบบเปลี่ยนวันไม่ได้ก่อนวีซ่าออก

เทียบกับ K-ETA ที่เสีย 10,000 วอน หรือราว 260 บาท และรู้ผลภายใน 72 ชั่วโมง คุณจะเห็นทันทีว่าทำไมคนไทยส่วนใหญ่ควรใช้ K-ETA เป็นทางหลัก

IMAGE_PLACEHOLDER_2

แต่วีซ่าในเล่มพาสปอร์ตก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะเข้าประเทศได้แน่นอน

มีวีซ่าแล้วยังถูกปฏิเสธที่อินชอนได้ และนี่คือเหตุผล

คำตอบตรง ๆ คือ ได้ เพราะวีซ่าและ K-ETA เป็นเพียงใบอนุญาต “เดินทางมาถึง” ส่วนอำนาจตัดสินว่าจะให้เข้าประเทศหรือไม่อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ด่าน ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกันโดยสิ้นเชิง

ผู้เดินทางไทยถูกซักถามที่ด่านเข้มกว่าหลายสัญชาติ สาเหตุมาจากสถิติการพำนักเกินกำหนดที่สูง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ทั้งสองรัฐบาลรับทราบร่วมกัน ผลคือคนไทยที่ตั้งใจไปเที่ยวจริง ๆ ต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าคนอื่น ไม่แฟร์ แต่นี่คือสิ่งที่ต้องเตรียมรับมือ

สิ่งที่ควรถือติดมือไว้ในกระเป๋าถือ ไม่ใช่ในกระเป๋าโหลด

ตอบคำถามเจ้าหน้าที่ให้สั้น ตรง และสอดคล้องกับเอกสาร คำตอบที่ขัดกับใบจองคือสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ถูกส่งไปห้องสัมภาษณ์เพิ่มเติม

ถ้าเกิดปัญหาขึ้นจริงระหว่างอยู่ในเกาหลี ให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ที่ seoul.thaiembassy.org และหากต้องการข้อมูลการเดินทางภาษาไทย องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) มีศูนย์ข้อมูลที่ visitkorea.or.kr รวมถึงสายด่วนนักท่องเที่ยว 1330 ที่มีล่ามภาษาไทย

สรุป

ตัวเลขที่ต้องจำมีไม่กี่ตัว

คนไทยเข้าเกาหลีเพื่อท่องเที่ยวได้ครั้งละ 90 วัน โดยไม่ต้องมีวีซ่า สิ่งที่ต้องยื่นคือ K-ETA ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน อายุ 3 ปี เข้าออกได้ไม่จำกัดครั้งในช่วงนั้น ยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนบิน

วีซ่า C-3-9 แบบเข้าออกหลายครั้งเก็บไว้ใช้เมื่อ K-ETA ไม่ผ่าน มีประวัติที่ด่าน หรือมีวัตถุประสงค์เกินการท่องเที่ยว ค่าธรรมเนียมมาตรฐาน 90 ดอลลาร์สหรัฐ และควรเผื่อเวลา 15 วันทำการ

สิ่งที่ควรทำต่อจากนี้ตามลำดับ คือเช็กอายุพาสปอร์ตให้เหลือเกิน 6 เดือน จากนั้นยื่น K-ETA ที่ k-eta.go.kr ถ้าผ่านก็จบ ถ้าไม่ผ่านค่อยเริ่มรวบรวมสเตทเมนต์ 6 เดือน แล้วจองคิวยื่นวีซ่า อย่าสลับลำดับสองขั้นนี้ เพราะการยื่นวีซ่าทั้งที่ K-ETA ผ่านอยู่แล้วคือการจ่ายเงินเพิ่มสามพันบาทโดยไม่จำเป็น

자주 묻는 질문

Q

คนไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าเกาหลีแบบ multiple entry ไหม

ไม่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวทั่วไป เพราะไทยอยู่ในความตกลงยกเว้นการตรวจลงตรากับเกาหลีใต้ พำนักได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน สิ่งที่ต้องมีคือ K-ETA ที่อนุมัติแล้ว ซึ่งมีอายุ 3 ปีและใช้เข้าออกได้หลายครั้ง วีซ่า C-3-9 จำเป็นเฉพาะกรณีที่ K-ETA ถูกปฏิเสธ มีประวัติการเข้าเมืองที่เป็นปัญหา หรือวัตถุประสงค์เกินขอบเขตการท่องเที่ยว

Q

K-ETA ถูกปฏิเสธ ควรยื่นซ้ำหรือขอวีซ่าเลย

การยื่น K-ETA ซ้ำด้วยข้อมูลชุดเดิมมักได้ผลลัพธ์เดิม เพราะเป็นการประเมินโดยระบบ ทางที่ตรงกว่าคือยื่นขอวีซ่า C-3-9 ที่สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องในกรุงเทพฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากเอกสารประกอบจริง โดยเฉพาะหลักฐานการทำงานและสเตทเมนต์ธนาคาร 6 เดือน ควรตรวจสอบช่องทางยื่นล่าสุดจาก overseas.mofa.go.kr ก่อนเดินทางไป

Q

ยื่นวีซ่าเกาหลีที่กรุงเทพฯ ใช้เวลานานแค่ไหน

มาตรฐานขั้นต่ำของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีคือ 5 วันทำการ แต่ช่วงไฮซีซันอย่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคมและเดือนเมษายน ระยะเวลาจริงยาวกว่านั้นมาก ควรเผื่อไว้ 15 วันทำการเป็นอย่างน้อย และไม่ควรออกตั๋วเครื่องบินแบบเปลี่ยนวันไม่ได้ก่อนที่วีซ่าจะออก

Q

ค่าธรรมเนียมวีซ่าเกาหลีแบบเข้าออกหลายครั้งเท่าไร

ตามตารางค่าธรรมเนียมกงสุลมาตรฐานของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลี วีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้งอยู่ที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,150 บาทที่อัตรา 35 บาทต่อดอลลาร์ ยอดนี้ยังไม่รวมค่าบริการของศูนย์รับคำร้อง สถานทูตเรียกเก็บเป็นเงินบาทตามอัตราที่ประกาศ จึงควรยืนยันยอดจริงก่อนไปยื่น

Q

มีวีซ่าหรือ K-ETA แล้วรับประกันว่าเข้าเกาหลีได้เลยหรือไม่

ไม่รับประกัน วีซ่าและ K-ETA เป็นเพียงใบอนุญาตให้เดินทางมาถึงเกาหลี ส่วนการอนุญาตให้เข้าประเทศเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ด่าน ควรพกใบจองที่พักทุกคืน ตั๋วขากลับ แผนการเดินทาง และหลักฐานการเงินไว้ในกระเป๋าถือ และตอบคำถามให้สอดคล้องกับเอกสารที่ยื่น

출처 및 인용

  1. [1]

    ผู้ถือสัญชาติของประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนขึ้นเครื่องบินเข้าเกาหลี และ K-ETA ที่อนุมัติแล้วมีอายุ 3 ปี

    출처: ระบบ K-ETA ทางการ สาธารณรัฐเกาหลี

  2. [2]

    ประเภทวีซ่าพำนักระยะสั้น C-3 และเอกสารประกอบคำร้องขอวีซ่าเกาหลี

    출처: Korea Visa Portal, กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี

  3. [3]

    ตารางค่าธรรมเนียมกงสุลสำหรับวีซ่าเข้าครั้งเดียว เข้าสองครั้ง และเข้าออกหลายครั้ง

    출처: กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (MOFA)

  4. [4]

    ช่องทางยื่นคำร้องขอวีซ่าและระยะเวลาพิจารณาสำหรับผู้ยื่นในประเทศไทย

    출처: สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย

  5. [5]

    ระเบียบการพำนักและการรายงานตัวของชาวต่างชาติในเกาหลี

    출처: HiKorea, สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี

  6. [6]

    ข้อมูลการเดินทางและสายด่วนนักท่องเที่ยว 1330 ที่ให้บริการภาษาไทย

    출처: องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO)

  7. [7]

    ช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือสำหรับคนไทยระหว่างอยู่ในเกาหลีใต้

    출처: สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล

← Visa & Stay 목록으로홈으로