K-ETA ไม่ผ่าน ยื่นวีซ่าเกาหลีที่กรุงเทพฯ ได้ที่ไหน
จองตั๋วแล้ว ลางานแล้ว แต่หน้าจอ K-ETA ขึ้นว่าไม่อนุมัติ
นักท่องเที่ยวไทยเจอสถานการณ์นี้ไม่น้อย แล้วคำถามก็ตามมาเป็นชุด ต้องไปยื่นวีซ่าที่ไหน ใช้เอกสารอะไร ต้องจ่ายกี่บาท และจะรู้ผลเมื่อไร คำตอบทั้งหมดมีอยู่ในเว็บไซต์ทางการของเกาหลีและไทย เพียงแต่กระจายอยู่หลายที่ ด้านล่างนี้คือข้อมูลที่เรียงให้ใช้ต่อได้ทันที
คนไทยเที่ยวเกาหลีต้องยื่นวีซ่าทุกคนหรือเปล่า
ไม่ต้องทุกคน ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยธรรมดาเข้าเกาหลีเพื่อท่องเที่ยวได้สูงสุด 90 วัน โดยไม่ต้องมีวีซ่า ตามความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างไทยกับเกาหลี แต่มีเงื่อนไขหนึ่งข้อ คือต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนขึ้นเครื่อง
K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) คือระบบอนุญาตเดินทางแบบออนไลน์ของกระทรวงยุติธรรมเกาหลี ยื่นได้ที่ เว็บไซต์ทางการ K-ETA เท่านั้น เว็บไซต์ทางการแนะนำให้ยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน หรือราว 240-260 บาทตามอัตราแลกเปลี่ยน
แล้วใครบ้างที่ต้องไปยื่นวีซ่า (bija) แบบเต็มรูปแบบ?
- ผู้ที่ยื่น K-ETA แล้วไม่ได้รับอนุมัติ
- ผู้ที่จะอยู่เกิน 90 วัน หรือไปทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่ท่องเที่ยว เช่น เรียนมหาวิทยาลัย (D-2) เรียนภาษา (D-4) หรือทำงาน
- ผู้ที่เคยมีประวัติอยู่เกินกำหนดในเกาหลี
สำหรับนักท่องเที่ยว กลุ่มแรกคือกลุ่มใหญ่ที่สุด ทางการเกาหลีตรวจผู้เดินทางไทยเข้มงวดเพราะปัญหาผู้พำนักเกินกำหนด ซึ่งรัฐบาลสองประเทศหารือกันต่อเนื่อง ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ยังมีทางไปต่อ แต่ต้องรู้ก่อนว่าต้องไปยื่นที่ไหน
K-ETA ไม่ผ่าน ประตูบานถัดไปอยู่ตรงไหนในกรุงเทพฯ
ให้ยื่นขอวีซ่าระยะสั้นประเภท C-3-9 (ท่องเที่ยวและเยี่ยมเยียนทั่วไป) กับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย (Ju Tae Daehanminguk Daesagwan) ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
เว็บไซต์ทางการ K-ETA ระบุว่า ผู้ที่ไม่ได้รับอนุมัติ K-ETA ต้องยื่นขอวีซ่ากับสถานทูตหรือสถานกงสุลเกาหลีก่อนเดินทาง จึงจะเข้าประเทศเกาหลีได้
มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้หลายคนสับสน คนจำนวนมากค้นหาคำว่า VFS Global Bangkok appointment เพราะคุ้นกับการยื่นวีซ่ายุโรปหรือวีซ่าประเทศอื่น แต่ช่องทางยื่นวีซ่าเกาหลีต้องยึดตามประกาศของสถานทูตเกาหลีเท่านั้น ก่อนจองคิวที่ศูนย์ใด ให้เข้าไปดูประกาศล่าสุดของสถานทูตผ่าน กระทรวงการต่างประเทศเกาหลี ว่าตอนนี้รับยื่นที่แผนกกงสุลโดยตรง หรือผ่านศูนย์ที่ได้รับมอบหมาย และต้องนัดหมายล่วงหน้าหรือไม่
ทำไมต้องเช็กเอง? เพราะมีเอเจนซีบางรายเก็บค่าบริการเพิ่ม โดยทำเหมือนเป็นช่องทางบังคับ ทั้งที่คุณยื่นเองได้
เช็กสามข้อนี้ก่อนออกจากบ้าน
- ตรวจวันและเวลารับยื่นจากประกาศของสถานทูต (สถานทูตปิดทั้งวันหยุดราชการไทยและวันหยุดราชการเกาหลี)
- ดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำร้องจาก Korea Visa Portal แล้วกรอกให้ครบก่อนไป
- เตรียมเอกสารตัวจริงพร้อมสำเนาอย่างละชุด
ช่องทางยื่นเป็นแค่ครึ่งแรก อีกครึ่งที่ทำให้ผลออกมาต่างกันคือเอกสาร
เอกสารชุดไหนทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคุณจะกลับบ้าน
เอกสารหลักสำหรับวีซ่า C-3-9 มี 6 รายการ แต่ชุดที่ชี้ขาดคือหลักฐานว่าคุณมีงานและรายได้ผูกพันอยู่ในไทย
| เอกสาร | รายละเอียด |
|---|---|
| แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า | ดาวน์โหลดจาก Korea Visa Portal กรอกและลงชื่อ |
| หนังสือเดินทาง | อายุคงเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนาหน้าข้อมูล |
| รูปถ่ายสี | ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. พื้นหลังขาว |
| หลักฐานการเงิน | Bank statement ย้อนหลังในชื่อผู้ยื่น |
| หลักฐานการทำงาน | หนังสือรับรองการทำงาน ทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองนักศึกษา |
| แผนการเดินทาง | ตั๋วเครื่องบินไปกลับและการจองที่พัก |
รายการ required documents Korea consulate Thailand อาจเพิ่มหรือเปลี่ยนตามประกาศของสถานทูต เอกสารภาษาไทยควรมีคำแปลภาษาอังกฤษแนบ และควรตรวจรายการล่าสุดบน Korea Visa Portal ก่อนยื่นทุกครั้ง
ทำไมหลักฐานการทำงานถึงสำคัญที่สุด? เจ้าหน้าที่ต้องการเห็นว่าคุณมีเหตุผลต้องกลับไทย ทั้งงานประจำ ธุรกิจ หรือการเรียน บัญชีเงินฝากที่มียอดสูงแต่ไม่มีที่มาของรายได้ ไม่ได้ช่วยมากเท่าที่คิด ยอดเงินที่เพิ่งโอนเข้าก้อนใหญ่ก่อนยื่นไม่นานยิ่งทำให้ถูกตั้งคำถาม
แผนเที่ยวก็ช่วยได้เช่นกัน ถ้าคุณวางเส้นทางไว้ชัดเจน เช่น ย่านเมียงดง ปูซาน หรือสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ แผนนั้นช่วยยืนยันวัตถุประสงค์ท่องเที่ยว ข้อมูลเส้นทางภาษาไทยหาได้จาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ภาษาไทย
แผนเที่ยวโซลครั้งแรกสำหรับคนไทย
เอกสารครบแล้ว คำถามถัดไปที่ทุกคนอยากรู้คือ ทั้งหมดนี้ต้องจ่ายกี่บาท
ค่าวีซ่าเกาหลีเป็นเงินบาทเท่าไร และมีค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่ตรงไหน
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเกาหลีกำหนดเป็นดอลลาร์สหรัฐตามกฎกระทรวงของกฎหมายควบคุมคนเข้าเมือง (Chulipguk Gwalli-beop) แล้วชำระเป็นเงินบาทตามอัตราที่สถานทูตประกาศ อัตรามาตรฐานของ Korea visa application fee Thailand มีดังนี้
| ประเภท | ค่าธรรมเนียม | เทียบเงินบาทโดยประมาณ |
|---|---|---|
| เข้าครั้งเดียว อยู่ไม่เกิน 90 วัน | USD 40 | 1,300-1,450 บาท |
| เข้าครั้งเดียว อยู่เกิน 90 วัน | USD 60 | 2,000-2,200 บาท |
| เข้าได้สองครั้ง | USD 70 | 2,300-2,550 บาท |
| เข้าได้หลายครั้ง | USD 90 | 2,950-3,300 บาท |
ตัวเลขเงินบาทขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ยื่น ยอดที่ต้องจ่ายจริงให้ดูจากประกาศของสถานทูต
ส่วนค่าใช้จ่ายที่คนมักลืมนับมี 3 ก้อน
- ค่า K-ETA ที่จ่ายไปแล้ว 10,000 วอน ไม่คืนแม้ไม่ผ่าน
- ค่าวีซ่าไม่คืน หากวีซ่าถูกปฏิเสธ
- ค่าเลื่อนตั๋ว หากผลวีซ่าออกไม่ทันวันบิน ซึ่งมักแพงกว่าค่าวีซ่าเสียอีก
ก้อนสุดท้ายหลีกเลี่ยงได้ด้วยการวางลำดับให้ถูก ยื่น K-ETA ก่อนซื้อตั๋วราคาไม่คืนเงิน หรือเลือกตั๋วที่เปลี่ยนวันได้ จ่ายเงินแล้ว ยื่นเอกสารแล้ว ช่วงที่กินใจที่สุดคือการรอผล
ยื่นแล้วเงียบ ตรวจสถานะอย่างไร และทำไมยังต้องสแกนนิ้วที่สนามบิน
ตรวจสถานะได้ด้วยตัวเองบน Korea Visa Portal ในเมนูตรวจสอบสถานะการยื่น (Check Application Status) โดยกรอกเลขที่คำร้องหรือเลขหนังสือเดินทาง ชื่อภาษาอังกฤษ และวันเกิดให้ตรงกับที่ยื่นไว้
ระยะเวลาพิจารณาไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับจำนวนคำร้องในช่วงนั้น เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนวันเดินทาง ช่วงไฮซีซันอย่างใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีควรเผื่อมากกว่านั้น
เรื่อง biometric submission Korea consulate หลายคนเข้าใจว่าต้องไปเก็บลายนิ้วมือที่สถานทูตก่อน แต่สำหรับการเดินทางระยะสั้น การเก็บข้อมูลชีวมิติหลักเกิดที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองในเกาหลี ตามมาตรา 12-2 ของกฎหมายควบคุมคนเข้าเมือง ชาวต่างชาติอายุ 17 ปีขึ้นไปต้องสแกนลายนิ้วมือและถ่ายภาพใบหน้าตอนเข้าประเทศ รายละเอียดดูได้ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี
มีวีซ่าแล้วเข้าได้แน่นอนไหม? ไม่ทั้งหมด วีซ่าเป็นเพียงคำแนะนำให้อนุญาตเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ที่สนามบินอินชอนยังพิจารณาได้อีกรอบ ควรพกสิ่งเหล่านี้ติดตัว
- ตั๋วเครื่องบินขากลับ
- การจองที่พักทุกคืน
- หลักฐานการทำงานชุดเดียวกับที่ยื่นวีซ่า
ถ้าเกิดปัญหาระหว่างอยู่ในเกาหลี ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล หรือโทรสายด่วนท่องเที่ยว 1330 ขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ซึ่งมีบริการภาษาไทย ส่วนเรื่องสถานะการพำนักระยะยาวตรวจได้ที่ HiKorea
สรุป
- คนไทยเที่ยวเกาหลีได้ 90 วัน โดยไม่ต้องใช้วีซ่า แต่ต้องผ่าน K-ETA (10,000 วอน ยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง)
- K-ETA ไม่ผ่าน ให้ยื่นวีซ่า C-3-9 กับสถานทูตเกาหลีในกรุงเทพฯ ผ่านช่องทางที่สถานทูตประกาศเท่านั้น
- หนังสือเดินทางต้องเหลืออายุ 6 เดือน และหลักฐานการทำงานในไทยคือเอกสารชี้ขาด
- ค่าวีซ่าเข้าครั้งเดียวเริ่มที่ USD 40 และไม่คืนหากถูกปฏิเสธ
- เผื่อเวลาพิจารณาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และตรวจสถานะได้ที่ visa.go.kr
ขั้นตอนต่อไปของคุณเริ่มจากเปิดประกาศของสถานทูต เช็กช่องทางยื่น แล้วค่อยจองตั๋ว
자주 묻는 질문
QK-ETA ไม่ผ่าน ควรยื่น K-ETA ใหม่หรือไปยื่นวีซ่าเลย?
เว็บไซต์ทางการ K-ETA แนะนำให้ผู้ที่ไม่ได้รับอนุมัติยื่นขอวีซ่ากับสถานทูตหรือสถานกงสุลเกาหลี สำหรับคนไทยคือวีซ่า C-3-9 ที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพฯ การยื่นวีซ่าเปิดโอกาสให้คุณแนบหลักฐานการทำงานและการเงิน ซึ่งระบบ K-ETA ไม่มีช่องให้แนบ
Qได้วีซ่าเกาหลีแล้ว ต้องสมัคร K-ETA อีกไหม?
ไม่ต้อง ผู้ที่ถือวีซ่าเกาหลีที่ยังมีผลไม่ต้องขอ K-ETA ซ้ำ ให้แสดงหนังสือเดินทางที่มีวีซ่าเมื่อเช็กอินและที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
Qถ้าวีซ่าถูกปฏิเสธ จะได้ค่าธรรมเนียมคืนไหม?
ไม่ได้ ค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่า K-ETA 10,000 วอนไม่คืนไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทางที่ดีคือยื่นก่อนซื้อตั๋วเครื่องบินราคาไม่คืนเงิน
Qตรวจสถานะวีซ่าเกาหลีออนไลน์ได้ที่ไหน?
ตรวจได้ที่ Korea Visa Portal (visa.go.kr) ในเมนูตรวจสอบสถานะการยื่น กรอกเลขที่คำร้องหรือเลขหนังสือเดินทาง ชื่อภาษาอังกฤษ และวันเกิดให้ตรงกับที่ยื่นไว้
Qต้องไปสแกนลายนิ้วมือที่สถานทูตเกาหลีก่อนเดินทางไหม?
สำหรับการเดินทางระยะสั้น การเก็บข้อมูลชีวมิติหลักเกิดที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองในเกาหลี ชาวต่างชาติอายุ 17 ปีขึ้นไปต้องสแกนลายนิ้วมือและถ่ายภาพใบหน้าตอนเข้าประเทศ ตามมาตรา 12-2 ของกฎหมายควบคุมคนเข้าเมือง
출처 및 인용
- [1]
คนไทยต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนเดินทาง ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน และผู้ที่ไม่ผ่านต้องยื่นขอวีซ่ากับสถานทูต
- [2]
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำร้องและตรวจสถานะการยื่นวีซ่าได้ทางออนไลน์
- [3]
ชาวต่างชาติอายุ 17 ปีขึ้นไปต้องให้ข้อมูลลายนิ้วมือและภาพใบหน้าเมื่อเข้าประเทศ
- [4]
ประกาศช่องทางรับยื่นวีซ่าของสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย
- [5]
ข้อมูลท่องเที่ยวภาษาไทยและสายด่วน 1330
- [6]
ช่องทางช่วยเหลือคนไทยในเกาหลี
- [7]
ข้อมูลสถานะการพำนักของชาวต่างชาติในเกาหลี
출처: HiKorea