The Koreafy

วีซ่านักเรียน D-4 เกาหลี เอกสารและเงินในบัญชีที่ต้องมี

3분 읽기

คุณกดจองตั๋วไว้แล้ว เปิดหน้าเว็บสถาบันภาษาไว้อีกแท็บ แล้วก็ค้างอยู่ตรงคำถามเดียวกับคนไทยอีกหลายพันคนต่อปี ต้องใช้วีซ่าตัวไหนกันแน่

คำตอบสั้น ๆ คือ D-4 แต่รายละเอียดของมันคือจุดที่ใบสมัครส่วนใหญ่ตกรอบ ไม่ใช่เพราะคุณคุณสมบัติไม่ถึง แต่เพราะยื่นเอกสารผิดชุด

D-4 คือวีซ่าอะไร และทำไมหลายคนสมัครผิดประเภท

D-4 คือวีซ่าประเภทฝึกอบรมทั่วไป (General Training) ประเภทย่อยที่คนไทยใช้มากที่สุดคือ D-4-1 สำหรับผู้ที่ไปเรียนหลักสูตรภาษาเกาหลีในสถาบันภาษาที่สังกัดมหาวิทยาลัย หรือที่คนเกาหลีเรียกว่า eohakdang (어학당) วีซ่านี้ให้สิทธิ์พำนักครั้งละไม่เกิน 6 เดือน และต่ออายุได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเกาหลี

ความสับสนอันดับหนึ่งคือการแยก D-4 ออกจาก D-2 วีซ่า D-2 ใช้กับผู้ที่เข้าเรียนหลักสูตรปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรอง ส่วน D-4 ใช้กับหลักสูตรภาษาและการฝึกอบรมที่ไม่ให้ปริญญา ข้อมูลหลักสูตรและรายชื่อสถาบันที่รับนักศึกษาต่างชาติอยู่ในพอร์ทัลของรัฐบาลเกาหลีที่ Study in Korea ซึ่งดูแลโดยสถาบัน NIIED ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการเกาหลี

ความเข้าใจผิดอันดับสองอันตรายกว่า หลายคนคิดว่าเข้าเกาหลีด้วย K-ETA แล้วค่อยไปสมัครเรียนทีหลังก็ได้ ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่ายังคงต้องลงทะเบียน K-ETA ก่อนขึ้นเครื่อง และสถานะนั้นอนุญาตให้อยู่เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น เรียนไม่ได้ ทำงานไม่ได้ และการเปลี่ยนสถานะเป็นนักเรียนภายในประเทศถูกจำกัดอย่างเข้มงวด

ข่าวดีคือเมื่อคุณได้ D-4 แล้ว คุณไม่ต้องลงทะเบียน K-ETA อีก เพราะ K-ETA มีไว้สำหรับผู้เดินทางที่ไม่มีวีซ่าเท่านั้น

แล้วชุดเอกสารล่ะ ตรงนี้เองที่ใบสมัครส่วนใหญ่สะดุด

วีซ่านักเรียน D-2 เกาหลี เงื่อนไขและเอกสาร

เอกสารที่ทำให้ใบสมัครตกรอบ ไม่ใช่เอกสารที่คุณคิด

D-4 visa document checklist หลักมี 6 รายการ และรายการที่ตกบ่อยที่สุดไม่ใช่พาสปอร์ต แต่เป็นหนังสือตอบรับจากสถาบัน

เอกสารจุดที่มักผิดพลาด
ใบสมัครวีซ่า + รูปถ่ายพื้นหลังขาวรูปเก่ากว่า 6 เดือน หรือขนาดไม่ตรงเกณฑ์
หนังสือเดินทางอายุเหลือเกิน 6 เดือนเหลืออายุสั้นกว่าระยะเวลาหลักสูตร
Standard Admission Letter จากสถาบันภาษาใช้อีเมลตอบรับแทนหนังสือตัวจริง
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำมัธยมปลาย พร้อมคำแปลไม่ได้รับรองเอกสารตามที่สถานทูตกำหนด
หลักฐานทางการเงินยอดเงินเพิ่งโอนเข้าก่อนยื่นไม่กี่วัน
ใบเสร็จชำระค่าเล่าเรียนชำระเพียงค่าสมัคร ไม่ใช่ค่าเล่าเรียน

เรื่อง Korean language school enrollment มีลำดับที่ห้ามสลับ คุณต้องสมัครเข้าสถาบันภาษาให้ผ่านก่อน จ่ายค่าเล่าเรียนตามเทอม แล้วจึงได้หนังสือตอบรับมาใช้ยื่นวีซ่า ไม่มีทางลัดกลับด้าน

ส่วน language institute eligibility ของสถาบันส่วนใหญ่กำหนดตรงกันสามข้อ จบการศึกษาระดับมัธยมปลายขึ้นไป อายุ 18 ปีบริบูรณ์ และมีความสามารถทางการเงินรองรับตลอดหลักสูตร ไม่มีสถาบันภาษาแห่งใดบังคับผลสอบ TOPIK ก่อนเข้าเรียน เพราะสถาบันจะจัดสอบวัดระดับให้เองในวันปฐมนิเทศ ข้อมูลระบบสอบอยู่ที่ TOPIK ซึ่งดำเนินการโดยรัฐบาลเกาหลี

คนไทยที่ยื่นในกรุงเทพฯ ควรตรวจรายการเอกสารฉบับล่าสุดจากประกาศของสถานทูตเกาหลีอีกครั้งก่อนเดินทางไปยื่น เพราะเกณฑ์ปรับได้ระหว่างปี และเรื่องกงสุลฝั่งไทยดูได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล

เอกสารครบแล้วยังไม่จบ เพราะตัวเลขในบัญชีคือด่านที่เจ้าหน้าที่ดูนานที่สุด

ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไร และค่าใช้จ่ายจริงเป็นเงินบาท

หลักฐานทางการเงินที่สถานทูตเกาหลีขอบ่อยที่สุดสำหรับ study abroad Korea application ระดับหลักสูตรภาษา คือยอดคงเหลือเทียบเท่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 360,000 บาท ในบัญชีชื่อผู้สมัคร หรือบัญชีผู้ปกครองพร้อมเอกสารรับรองความสัมพันธ์และหนังสือรับรองการสนับสนุนค่าใช้จ่าย

ข้อที่คนไทยพลาดกันมากคืออายุของยอดเงิน บัญชีที่มีเงินก้อนโอนเข้ามาก่อนวันยื่นสองสามวันสร้างคำถามมากกว่าความมั่นใจ ควรให้ยอดคงอยู่ต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งเดือน และขอ statement ย้อนหลังพร้อมหนังสือรับรองยอดเงินฉบับภาษาอังกฤษจากธนาคาร

ทีนี้มาดูค่าใช้จ่ายจริงต่อหนึ่งเทอม 10 สัปดาห์ คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 100 วอน เท่ากับ 2.4 บาท

รายการเกาหลีเทียบเป็นบาท
ค่าเล่าเรียนต่อเทอม1,600,000 - 1,900,000 วอน38,000 - 46,000 บาท
ค่าสมัครเข้าสถาบัน50,000 - 100,000 วอน1,200 - 2,400 บาท
หอพักมหาวิทยาลัยต่อเทอม900,000 - 1,500,000 วอน22,000 - 36,000 บาท
ค่าลงทะเบียนคนต่างด้าว30,000 วอน720 บาท
ค่าครองชีพต่อเดือน600,000 - 900,000 วอน14,000 - 22,000 บาท

ค่าธรรมเนียมวีซ่าคิดแยกต่างหาก วีซ่าเข้าออกครั้งเดียวสำหรับการพำนักเกิน 90 วันอยู่ที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐ ชำระเป็นเงินบาทตามอัตราที่สถานทูตประกาศในวันยื่น

อีกก้อนที่คนลืมคือประกันสุขภาพ ผู้ถือวีซ่าระยะยาวที่ลงทะเบียนคนต่างด้าวแล้วจะเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติตามเงื่อนไขที่ National Health Insurance Service กำหนด นั่นคือค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต้องบวกเข้าไปในงบด้วย

จ่ายครบแล้ว วีซ่าออกแล้ว ขึ้นเครื่องแล้ว นาฬิกาอีกเรือนเพิ่งเริ่มเดิน

ลงจากเครื่องแล้วนับถอยหลัง 90 วันทันที

คุณต้องไปทำ immigration office alien registration ภายใน 90 วัน นับจากวันที่เข้าประเทศ ผลลัพธ์คือบัตรประจำตัวคนต่างด้าว หรือ oegugin deungnokjeung (외국인등록증) ที่คนทั่วไปเรียกว่า ARC ค่าธรรมเนียม 30,000 วอน

บัตรใบนี้ไม่ใช่พิธีการ ไม่มีบัตรก็เปิดบัญชีธนาคารไม่ได้ ทำซิมรายเดือนไม่ได้ และสมัครประกันสุขภาพไม่ได้ พูดง่าย ๆ คือชีวิตในเกาหลีเริ่มต้นที่บัตรใบนี้

ขั้นตอนมีสี่ข้อ

  1. จองคิวล่วงหน้าผ่าน HiKorea ระบบนัดหมายออนไลน์ของรัฐ เรียกว่า bangmun yeyak (방문예약) เพราะสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในโซลไม่รับคิวหน้างานสำหรับงานประเภทนี้
  2. เตรียมหนังสือเดินทาง รูปถ่ายพื้นหลังขาว ใบรับรองสถานภาพนักเรียนจากสถาบันภาษา สัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองหอพัก และค่าธรรมเนียม
  3. เข้าไปตามวันเวลาที่นัด ยื่นเอกสาร สแกนลายนิ้วมือ
  4. รอรับบัตรทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ ระยะเวลาดำเนินการโดยทั่วไปอยู่ที่ 2 ถึง 4 สัปดาห์

ผู้ถือวีซ่าที่ประสงค์จะพำนักในสาธารณรัฐเกาหลีเกิน 90 วัน ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนคนต่างด้าวต่อหัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบพื้นที่ที่ตนพำนักอยู่

ที่มา Korea Immigration Service กระทรวงยุติธรรม

จองคิวไว้แต่เนิ่น ๆ ช่วงต้นเทอมเดือนมีนาคมและกันยายนคือช่วงที่คิวเต็มเร็วที่สุด เพราะนักศึกษาต่างชาติเข้าประเทศพร้อมกันทีเดียว

พอมีบัตร ARC ในมือ คำถามถัดไปก็มาแทบทุกครั้ง แล้วทำงานพิเศษได้ไหม

อยากทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียน กฎข้อเดียวที่ห้ามพลาด

ได้ แต่ต้องขออนุญาตก่อนเสมอ และเงื่อนไขของผู้ถือ D-4 เข้มกว่านักศึกษาปริญญาที่ถือ D-2

ผู้ถือ D-4-1 ยื่นขออนุญาตทำงานนอกเวลาได้หลังจากพำนักในเกาหลีครบ 6 เดือน ต้องมีผลสอบ TOPIK ตามระดับที่กำหนด มีอัตราการเข้าเรียนถึงเกณฑ์ และต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนเริ่มงานจริง ชั่วโมงทำงานถูกจำกัดในช่วงเปิดภาคเรียน และผ่อนคลายขึ้นในช่วงปิดภาค เกณฑ์ชั่วโมงและระดับ TOPIK ปรับปรุงเป็นระยะ ตรวจฉบับล่าสุดได้ที่ HiKorea

สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือบทลงโทษ การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการทำกิจกรรมนอกเหนือสถานะที่ได้รับ มีโทษปรับ และในกรณีร้ายแรงนำไปสู่การสั่งออกนอกประเทศพร้อมห้ามเข้าเมืองตามระยะเวลาที่กำหนด งานพาร์ทไทม์รายวันที่จ่ายเป็นเงินสดไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงนี้หายไป

อีกข้อที่คนไทยถามบ่อยคือการต่ออายุ วีซ่า D-4 ต่อได้ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน โดยยื่นก่อนวันหมดอายุ และต้องแสดงใบรับรองการเข้าเรียนพร้อมหลักฐานการชำระค่าเล่าเรียนเทอมถัดไป อัตราการเข้าเรียนต่ำคือสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่คำขอต่ออายุถูกปฏิเสธ

ถ้าเป้าหมายปลายทางของคุณคือปริญญา เส้นทางมาตรฐานคือเรียนภาษาให้ถึงระดับที่มหาวิทยาลัยกำหนด สมัครเข้าหลักสูตรปริญญา แล้วเปลี่ยนสถานะจาก D-4 เป็น D-2 ภายในประเทศ ไม่ต้องบินกลับไทยเพื่อยื่นใหม่

เปลี่ยนวีซ่า D-4 เป็น D-2 ในเกาหลี

IMAGE_PLACEHOLDER_1

สรุป

วีซ่า D-4 ให้คุณอยู่เกาหลีครั้งละไม่เกิน 6 เดือน ต่ออายุได้ตราบที่ยังเข้าเรียนตามเกณฑ์ ค่าธรรมเนียมวีซ่า 60 ดอลลาร์สหรัฐ หลักฐานการเงินที่ควรเตรียมคือยอดเทียบเท่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 360,000 บาท ที่คงอยู่ต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งเดือน

สามอย่างที่ควรทำตามลำดับนี้ สมัครเข้าสถาบันภาษาและชำระค่าเล่าเรียนเพื่อรับหนังสือตอบรับตัวจริง ยื่นวีซ่าที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพฯ พร้อมชุดเอกสาร 6 รายการ และเมื่อลงเครื่องแล้วให้จองคิว HiKorea ทันทีเพื่อลงทะเบียนคนต่างด้าวภายใน 90 วัน ค่าธรรมเนียม 30,000 วอน

ข้อมูลหลักสูตรและมหาวิทยาลัยอัปเดตได้ที่ Study in Korea ส่วนข้อมูลการเดินทางและชีวิตในเกาหลีสำหรับผู้มาใหม่ดูได้ที่ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี

자주 묻는 질문

Q

เข้าเกาหลีด้วย K-ETA แล้วเปลี่ยนเป็นวีซ่า D-4 ในประเทศได้ไหม?

โดยหลักการทำไม่ได้ ผู้ที่เข้าประเทศแบบไม่ต้องขอวีซ่าหรือด้วยวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นต้องเดินทางกลับไปยื่นคำขอวีซ่า D-4 ที่สถานทูตเกาหลีในประเทศไทย การเปลี่ยนสถานะภายในประเทศจากสถานะท่องเที่ยวเป็นสถานะนักเรียนถูกจำกัดไว้เฉพาะกรณีพิเศษเท่านั้น ควรวางแผนยื่นวีซ่าให้เสร็จก่อนบินเสมอ

Q

ต้องมีผลสอบ TOPIK ก่อนสมัครวีซ่า D-4 หรือเปล่า?

ไม่ต้อง สถาบันภาษาส่วนใหญ่รับผู้เริ่มต้นจากศูนย์และจัดสอบวัดระดับให้ในวันปฐมนิเทศเพื่อจัดชั้นเรียน ผลสอบ TOPIK จะจำเป็นในสองจังหวะคือตอนขออนุญาตทำงานนอกเวลา และตอนสมัครเข้าหลักสูตรปริญญาเพื่อเปลี่ยนเป็นวีซ่า D-2

Q

เรียนภาษาด้วยวีซ่า D-4 ได้นานที่สุดกี่ปี?

วีซ่า D-4 ต่ออายุได้ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน และหลักสูตรภาษาโดยทั่วไปมีเพดานรวมอยู่ที่ราว 2 ปี การต่ออายุขึ้นอยู่กับอัตราการเข้าเรียนและหลักฐานการชำระค่าเล่าเรียนเทอมถัดไป หากเข้าเรียนไม่ถึงเกณฑ์ คำขอต่ออายุมักถูกปฏิเสธ

Q

ถ้าลงทะเบียนคนต่างด้าวไม่ทันภายใน 90 วันจะเกิดอะไรขึ้น?

การลงทะเบียนล่าช้ามีโทษปรับตามกฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองของเกาหลี และประวัตินี้ถูกบันทึกไว้ในระบบซึ่งส่งผลต่อการต่ออายุวีซ่าครั้งถัดไป หากคิวนัดหมายเต็มจนใกล้ครบกำหนด ให้จองคิวไว้ก่อนแล้วเก็บหลักฐานการจองไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่

Q

ครอบครัวจากไทยมาเยี่ยมระหว่างที่เรียนอยู่ได้ไหม?

ได้ ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวระยะสั้นต้องลงทะเบียน K-ETA ที่เว็บไซต์ทางการก่อนขึ้นเครื่อง โดยยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง สถานะนี้ใช้เพื่อการท่องเที่ยวและเยี่ยมญาติเท่านั้น ทำงานหรือเรียนหลักสูตรระยะยาวไม่ได้

출처 및 인용

  1. [1]

    ข้อมูลหลักสูตร สถาบัน และการสมัครเรียนต่อในเกาหลีสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

    출처: Study in Korea (NIIED, กระทรวงศึกษาธิการเกาหลี)

  2. [2]

    ผู้พำนักเกิน 90 วันต้องลงทะเบียนคนต่างด้าวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ที่พำนัก

    출처: Korea Immigration Service, กระทรวงยุติธรรมเกาหลี

  3. [3]

    การจองคิวออนไลน์เพื่อลงทะเบียนคนต่างด้าว และเกณฑ์การขออนุญาตทำงานนอกเวลาของผู้ถือวีซ่านักเรียน

    출처: HiKorea (พอร์ทัลบริการตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลเกาหลี)

  4. [4]

    ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่าต้องลงทะเบียน K-ETA ก่อนขึ้นเครื่อง และผู้ถือวีซ่าไม่ต้องลงทะเบียน

    출처: K-ETA ระบบอนุญาตเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลี

  5. [5]

    ข้อมูลการเดินทางและการใช้ชีวิตในเกาหลีสำหรับผู้มาใหม่

    출처: องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization)

  6. [6]

    ระบบการสอบวัดระดับภาษาเกาหลี TOPIK และเกณฑ์ระดับที่ใช้อ้างอิง

    출처: TOPIK (National Institute for International Education)

  7. [7]

    ผู้ถือวีซ่าระยะยาวที่ลงทะเบียนคนต่างด้าวแล้วเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติตามเงื่อนไขที่กำหนด

    출처: National Health Insurance Service

  8. [8]

    ข้อมูลบริการกงสุลและการติดต่อสำหรับคนไทยในเกาหลี

    출처: สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล

← Visa & Stay 목록으로홈으로