วีซ่า F-3 เกาหลี คู่มือผู้ติดตามฉบับคนไทย
เงินเก็บพร้อม ตั๋วพร้อม แต่ยังไม่กล้ากดจอง
เพราะสามีหรือภรรยาของคุณเพิ่งได้งานที่โซล ส่วนคุณกับลูกยังค้างอยู่ที่กรุงเทพ และไม่มีใครตอบได้ชัดว่า “ไปอยู่ด้วยกันแบบถูกกฎหมาย” ต้องใช้วีซ่าตัวไหน คำตอบในเอกสารราชการเกาหลีเรียกมันว่า F-3 และเงื่อนไขของมันเข้มกว่าที่หลายคนคิด
F-3 ไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยวแบบต่อยอด แล้วมันคืออะไรกันแน่
F-3 คือวีซ่าผู้ติดตาม ออกให้เฉพาะคู่สมรสตามกฎหมายและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ที่ถือวีซ่าระยะยาวในเกาหลีอยู่ก่อนแล้ว คุณยื่นเดี่ยวไม่ได้ สถานะของคุณเกาะไปกับสถานะของอีกคนเสมอ
กลุ่มที่พาครอบครัวมาได้คือผู้ถือวีซ่า D-1 ถึง D-9 และ E-1 ถึง E-7 เช่น นักศึกษา D-2, นักลงทุนบริษัท D-8, ผู้ค้า D-9, อาจารย์มหาวิทยาลัย E-1 และแรงงานทักษะเฉพาะทาง E-7 นี่คือหัวใจของ F-3 visa eligibility requirements ที่กองตรวจคนเข้าเมืองดูเป็นอย่างแรก
แล้วใครที่พาไม่ได้ ผู้ถือ E-9 (แรงงานทั่วไป), E-10 (ลูกเรือ), D-3 (ผู้ฝึกงานภาคอุตสาหกรรม) และ H-2 (ท่องเที่ยวและทำงานสำหรับชาวเกาหลีเชื้อสายต่างชาติ) ไม่อยู่ในข่าย ตรงนี้ทำให้ครอบครัวคนไทยจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดมาตลอด เพราะคนที่ทำงานโรงงานในเกาหลีส่วนใหญ่ถือ E-9 ไม่ใช่ E-7
คำว่า “บุตร” ก็มีเส้นแบ่งชัดเจน กฎหมายเกาหลีนับผู้ที่อายุต่ำกว่า 19 ปีบริบูรณ์และยังไม่สมรสเท่านั้น ลูกที่เรียนจบแล้วอายุ 20 ปีต้องเปลี่ยนไปหาวีซ่าประเภทอื่น เช่น D-2 หรือ D-4 ตามข้อมูลของ Korea Immigration Service
รู้แล้วว่าตัวเองอยู่ในข่าย คำถามถัดไปคือเอกสาร และตรงนี้แหละที่ใบสมัครส่วนใหญ่ตกรอบ
IMAGE_PLACEHOLDER_1
เอกสารฝั่งผู้สนับสนุน คือจุดที่คนไทยถูกตีกลับมากที่สุด
เอกสารของคุณเองมีไม่กี่ใบ แต่เอกสารของผู้สนับสนุนคือกองใหญ่ และต้องพิสูจน์ 3 เรื่องพร้อมกัน คือ ความสัมพันธ์จริง, รายได้พอเลี้ยงดู และที่พักรองรับได้จริง
ชุด dependent visa sponsor documents Korea ที่ขอกันเป็นมาตรฐานมีดังนี้
| เอกสาร | ใครเป็นคนเตรียม | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| สำเนาบัตรประจำตัวคนต่างชาติ oe-guk-in deung-nok-jeung | ผู้สนับสนุน | ต้องยังไม่หมดอายุ |
| หนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองการเป็นนักศึกษา | ผู้สนับสนุน | ระบุตำแหน่งและระยะสัญญา |
| หนังสือรับรองรายได้หรือสลิปเงินเดือนย้อนหลัง | ผู้สนับสนุน | ใช้ดูความสามารถในการเลี้ยงดู |
| สัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองที่พัก | ผู้สนับสนุน | ชื่อผู้เช่าต้องตรงกับผู้สนับสนุน |
| ทะเบียนสมรสและใบสูติบัตร | ผู้ยื่น | แปลอังกฤษหรือเกาหลี พร้อมรับรอง |
| หนังสือเดินทางและรูปถ่าย | ผู้ยื่น | อายุพาสปอร์ตเหลือเกิน 6 เดือน |
จุดตายอยู่ที่แถวสุดท้าย ทะเบียนสมรสและสูติบัตรของไทยต้องผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วจึงรับรองซ้ำที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ก่อนนำไปใช้ที่เกาหลี ขั้นตอนนี้กินเวลาหลายวันทำการ และเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้แผนเดินทางเลื่อน
อีกเรื่องที่คนมองข้าม คือเอกสารความสัมพันธ์ฝั่งเกาหลีที่เรียกว่า ga-jok-gwan-gye-jeung-myeong-seo หรือหนังสือรับรองความสัมพันธ์ในครอบครัว ถ้าผู้สนับสนุนของคุณเป็นคนต่างชาติเหมือนกัน เอกสารนี้จะไม่มี และเจ้าหน้าที่จะย้อนกลับไปดูทะเบียนสมรสไทยเป็นหลักฐานหลักแทน ความถูกต้องของคำแปลจึงสำคัญกว่าที่คิด
เอกสารครบแล้วยื่นที่ไหน มีสองเส้นทาง และเร็วช้าต่างกันหลายสัปดาห์
ยื่นเองที่สถานทูต หรือให้คนในเกาหลียื่นให้ เส้นทางไหนคุ้มกว่า
คำตอบตรง ๆ คือเส้นทางที่ 2 เร็วกว่าและผ่านง่ายกว่าเกือบทุกกรณี เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในเกาหลีเป็นคนอนุมัติความสัมพันธ์และฐานะการเงินตั้งแต่ต้นทาง
F-3 visa application process แบ่งได้แบบนี้
- เส้นทางหนังสือรับรองการออกวีซ่า ผู้สนับสนุนยื่นขอ sa-jeung-bal-geup-in-jeong-seo ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องที่ หรือผ่านระบบออนไลน์ของ HiKorea เมื่ออนุมัติจะได้เลขที่หนังสือรับรอง
- ผู้สนับสนุนส่งเลขนั้นมาให้คุณที่ไทย
- คุณนำเลขไปยื่นขอวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีในกรุงเทพ พร้อมพาสปอร์ตและแบบฟอร์ม ขั้นตอนนี้มักใช้เวลาไม่กี่วันทำการ
- เส้นทางยื่นตรง คือส่งเอกสารทั้งชุดที่สถานทูตเลย ไม่ต้องมีเลขรับรอง แต่การพิจารณาจะนานกว่าและถูกขอเอกสารเพิ่มบ่อยกว่า
หลังได้วีซ่าและบินเข้าเกาหลีแล้ว นาฬิกาอีกเรือนเริ่มเดินทันที คุณต้องไปลงทะเบียนคนต่างชาติที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายใน 90 วัน นับจากวันเข้าประเทศ เพื่อรับบัตรประจำตัวคนต่างชาติ ซึ่งเป็นบัตรที่ใช้เปิดบัญชีธนาคาร สมัครเบอร์มือถือ และลงทะเบียนเรียนให้ลูก
ชาวต่างชาติที่พำนักในสาธารณรัฐเกาหลีเกิน 90 วัน ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนคนต่างชาติต่อหัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่มีเขตอำนาจเหนือที่พักอาศัย ภายใน 90 วันนับจากวันที่เดินทางเข้าประเทศ
จากแนวปฏิบัติของกระทรวงยุติธรรมเกาหลี (moj.go.kr)
คำถามที่ตามมาเสมอคือ แล้วต้องขอ K-ETA ด้วยไหม ไม่ต้อง ระบบ K-ETA ใช้กับผู้เดินทางที่เข้าเกาหลีโดยไม่ต้องขอวีซ่าเท่านั้น เมื่อคุณถือวีซ่า F-3 ติดในพาสปอร์ตแล้ว การลงทะเบียน K-ETA ไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไป
ค่าใช้จ่ายจริง คิดเป็นเงินบาท
ตัวเลขข้างล่างคิดที่อัตราประมาณ 1,000 วอน เท่ากับ 26 บาท ค่าธรรมเนียมวีซ่าอ้างอิงตารางค่าธรรมเนียมกงสุลของ กระทรวงการต่างประเทศเกาหลี
| รายการ | ค่าธรรมเนียม | ประมาณเป็นบาท |
|---|---|---|
| วีซ่าระยะยาวเข้าออกครั้งเดียว | 60 ดอลลาร์สหรัฐ | 2,100 บาท |
| วีซ่าระยะยาวเข้าออกหลายครั้ง | 90 ดอลลาร์สหรัฐ | 3,150 บาท |
| ลงทะเบียนคนต่างชาติ | 30,000 วอน | 780 บาท |
| ต่ออายุระยะพำนัก | 60,000 วอน | 1,560 บาท |
| แปลและรับรองเอกสารไทย | แล้วแต่ฉบับ | ตรวจสอบกับกรมการกงสุล |
สิ่งที่ตารางนี้ไม่ได้รวม คือค่าที่พักและค่าประกันสุขภาพรายเดือน ซึ่งมักเป็นก้อนที่ใหญ่กว่าค่าวีซ่าหลายเท่า และเชื่อมโยงกับคำถามถัดไปโดยตรง
IMAGE_PLACEHOLDER_2
อยู่เกาหลีด้วย F-3 แล้ว ทำงานได้ไหม
ไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้รับอนุญาต สถานะ dependent status Korea immigration ให้สิทธิ์ “พำนักอยู่กับครอบครัว” ไม่ได้ให้สิทธิ์ “ทำงานหารายได้” การรับจ้างโดยไม่ขออนุญาตกิจกรรมนอกสถานะ che-ryu-ja-gyeok-oe hwal-dong-heo-ga ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคนเข้าเมือง และมีโทษถึงขั้นสั่งออกนอกประเทศ
ถ้าอยากทำงานจริง ทางที่ถูกต้องคือยื่นขออนุญาตกิจกรรมนอกสถานะที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยต้องระบุนายจ้าง ประเภทงาน และชั่วโมงทำงานให้ชัด การอนุมัติพิจารณาเป็นรายกรณี ไม่ใช่สิทธิ์อัตโนมัติ
แล้วอะไรที่ทำได้ทันที
- ส่งลูกเข้าโรงเรียนรัฐของเกาหลี ได้ตามระบบการศึกษาภาคบังคับ โดยใช้บัตรประจำตัวคนต่างชาติกับที่อยู่ตามทะเบียน
- เข้าระบบประกันสุขภาพ ผู้ถือ F-3 มักขึ้นทะเบียนเป็นผู้อยู่ในอุปการะของผู้สนับสนุนที่มีประกันของบริษัท ทำให้ไม่ต้องจ่ายเบี้ยแยกอีกก้อน เงื่อนไขและอัตราอยู่ที่ National Health Insurance Service
- เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ได้เต็มที่ ข้อมูลเส้นทางและบัตรโดยสารสำหรับผู้พำนักอ่านได้จาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี
- เปิดบัญชีธนาคารและทำสัญญาโทรศัพท์ ได้หลังมีบัตรประจำตัวคนต่างชาติแล้วเท่านั้น
ส่วนเรื่องที่ต้องระวังที่สุดไม่ใช่การทำงาน แต่เป็นเรื่องวันที่
ประกันสุขภาพเกาหลี สำหรับชาวต่างชาติ
ต่ออายุช้าไปวันเดียว ราคาก็ต่างกันมหาศาล
กฎข้อแรกของ F-3 visa extension rules คือระยะพำนักของคุณจะไม่ยาวเกินของผู้สนับสนุน ถ้าสัญญาจ้างของคู่สมรสเหลือ 8 เดือน วีซ่าของคุณก็จะได้ไม่เกินนั้น
กฎข้อที่สองคือช่วงเวลายื่น คุณยื่นต่ออายุได้ตั้งแต่ 4 เดือนก่อนวันหมดอายุ และต้องยื่นไม่เกินวันหมดอายุ ยื่นออนไลน์ผ่าน HiKorea ได้ในหลายกรณี ค่าธรรมเนียม 60,000 วอน
กฎข้อที่สามคือบทลงโทษ การพำนักเกินกำหนดมีโทษปรับตามกฎหมายคนเข้าเมืองสูงสุดถึง 30 ล้านวอน และอาจถูกห้ามเข้าประเทศในภายหลัง ตัวเลขนี้คือเพดานสูงสุดตามกฎหมาย ไม่ใช่ค่าปรับมาตรฐานของทุกกรณี แต่เพียงพอจะทำให้คุณจดวันหมดอายุไว้ในปฏิทินมือถือ
มีอีกกำหนดหนึ่งที่คนลืมบ่อยกว่าวันต่อวีซ่า นั่นคือการย้ายบ้าน เมื่อเปลี่ยนที่อยู่ คุณต้องแจ้งภายใน 14 วัน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสำนักงานเขตท้องถิ่น การไม่แจ้งตามกำหนดมีโทษปรับทางปกครองแยกต่างหาก
สุดท้าย ถ้าผู้สนับสนุนเปลี่ยนสถานะ ลาออก หรือเดินทางกลับประเทศถาวร สถานะ F-3 ของคุณจะสั่นคลอนทันที เพราะฐานของวีซ่าหายไป กรณีแบบนี้ควรติดต่อสายด่วนตรวจคนเข้าเมือง 1345 และปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ควบคู่กันไป
สรุป
F-3 ให้คุณอยู่กับครอบครัวในเกาหลีได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ทุกอย่างผูกกับผู้สนับสนุนที่ถือวีซ่ากลุ่ม D-1 ถึง E-7 ถ้าเขาถือ E-9 หรือ H-2 เส้นทางนี้ปิด
ลำดับที่ควรทำจากวันนี้ เริ่มจากขอให้ผู้สนับสนุนยื่นหนังสือรับรองการออกวีซ่าผ่าน HiKorea ระหว่างรอ ให้คุณจัดการรับรองทะเบียนสมรสและสูติบัตรที่กรมการกงสุลให้เสร็จ เมื่อได้เลขรับรองแล้วจึงยื่นวีซ่าที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพ ค่าธรรมเนียมวีซ่าระยะยาวเข้าออกครั้งเดียวอยู่ที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,100 บาท
เมื่อลงเครื่องแล้วเหลือสามตัวเลขที่ต้องจำ ลงทะเบียนคนต่างชาติภายใน 90 วัน แจ้งย้ายที่อยู่ภายใน 14 วัน และต่ออายุก่อนวันหมดอายุเสมอ โดยยื่นล่วงหน้าได้ถึง 4 เดือน ค่าธรรมเนียม 60,000 วอน เท่านี้ปีแรกของครอบครัวคุณในเกาหลีก็จะไม่มีเรื่องเอกสารมาขวาง
자주 묻는 질문
Qสามีถือวีซ่า E-9 ทำงานโรงงานที่เกาหลี ภรรยาขอ F-3 ตามไปได้ไหม
ไม่ได้ ผู้ถือวีซ่า E-9 (แรงงานทั่วไป) ไม่อยู่ในกลุ่มที่พาผู้ติดตามเข้ามาด้วย F-3 ได้ เช่นเดียวกับ E-10, D-3 และ H-2 ครอบครัวจึงต้องใช้ช่องทางอื่น เช่น วีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นตามเงื่อนไขปกติ หรือรอจนกว่าผู้สนับสนุนจะเปลี่ยนไปถือ E-7 ควรตรวจสอบสถานะวีซ่าปัจจุบันให้ชัดที่ HiKorea ก่อนเตรียมเอกสารใด ๆ
Qลูกอายุ 20 ปี ยังใช้ F-3 ตามพ่อแม่ได้หรือไม่
ไม่ได้ กฎหมายเกาหลีนับผู้ที่อายุต่ำกว่า 19 ปีบริบูรณ์และยังไม่สมรสเท่านั้นว่าเป็นบุตรผู้เยาว์ เมื่อพ้นเกณฑ์นี้ต้องเปลี่ยนไปยื่นวีซ่าประเภทอื่นตามกิจกรรมจริง เช่น D-2 หากเข้าเรียนมหาวิทยาลัย หรือ D-4 หากเรียนภาษา ควรเริ่มเตรียมการเปลี่ยนสถานะล่วงหน้าอย่างน้อยสองถึงสามเดือนก่อนวันเกิด
Qถือ F-3 อยู่แล้ว ต้องลงทะเบียน K-ETA ก่อนบินเข้าเกาหลีไหม
ไม่ต้อง ระบบ K-ETA ใช้กับผู้เดินทางที่เข้าเกาหลีโดยไม่ต้องขอวีซ่าเท่านั้น เมื่อคุณมีวีซ่า F-3 ติดในหนังสือเดินทางแล้ว ให้ผ่านด่านด้วยวีซ่าตามปกติ ข้อมูลอย่างเป็นทางการอ่านได้ที่ k-eta.go.kr
Qยื่นต่ออายุ F-3 ออนไลน์ได้เลยหรือต้องไปที่สำนักงาน
หลายกรณียื่นออนไลน์ผ่านระบบ HiKorea ได้ โดยเริ่มยื่นได้ตั้งแต่ 4 เดือนก่อนวันหมดอายุและต้องไม่เกินวันหมดอายุ ค่าธรรมเนียม 60,000 วอน อย่างไรก็ตามบางสำนักงานยังเรียกให้มาแสดงตัวพร้อมเอกสารต้นฉบับ จึงควรจองคิวออนไลน์ไว้ล่วงหน้าเผื่อกรณีนั้น
Qผู้สนับสนุนลาออกจากงานกลางทาง สถานะ F-3 จะเป็นอย่างไร
สถานะผู้ติดตามอิงกับสถานะของผู้สนับสนุนโดยตรง เมื่อฐานวีซ่าของเขาเปลี่ยนหรือสิ้นสุด วีซ่า F-3 ของคุณจะได้รับผลกระทบทันที ให้ติดต่อสายด่วนตรวจคนเข้าเมือง 1345 เพื่อสอบถามแนวทาง และแจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ไว้เป็นช่องทางสำรอง อย่ารอจนใกล้วันหมดอายุเพราะตัวเลือกจะเหลือน้อยลงมาก
출처 및 인용
- [1]
K-ETA ใช้กับผู้เดินทางที่เข้าเกาหลีโดยไม่ต้องขอวีซ่า ผู้ถือวีซ่าระยะยาวไม่ต้องลงทะเบียน
- [2]
ชาวต่างชาติที่พำนักเกิน 90 วันต้องลงทะเบียนคนต่างชาติภายใน 90 วันนับจากวันเข้าประเทศ
- [3]
การยื่นขอหนังสือรับรองการออกวีซ่าและการต่ออายุระยะพำนักทำผ่านระบบ HiKorea
- [4]
เงื่อนไขผู้ติดตามและนิยามบุตรผู้เยาว์ตามระเบียบตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี
- [5]
ตารางค่าธรรมเนียมวีซ่าเกาหลีสำหรับวีซ่าระยะยาวเข้าออกครั้งเดียวและหลายครั้ง
- [6]
การขึ้นทะเบียนผู้อยู่ในอุปการะในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติของเกาหลี
- [7]
ช่องทางติดต่อและให้ความช่วยเหลือคนไทยในเกาหลี
- [8]
ข้อมูลการเดินทางและบัตรโดยสารสำหรับผู้พำนักในเกาหลี